ส่งฟรีถึงบ้าน 1-2 วันไม่มีขั้นต่ำ! โอน จ่ายการ์ด หรือเก็บปลายทาง
Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ไวน์ Alsace เจ้าเเม่เเห่งไวน์ขาว

ถ้าต้องพูดถึงไวน์ขาวในฝรั่งเศสเเล้ว Alsace ก็เป็นอีกหนึ่งเเคว้นที่ทุกคนจะต้องนึกถึง เพราะ 90% ของการผลิตไวน์ที่นี่เป็นไวน์ขาวหมดเลย เรียกได้ว่า ไวน์ขาว 20% ของฝรั่งเศสนั้นอยู่ที่ Alsace เเถมไวน์ขาวที่นี่ก็ยังมีเอกลักษณ์ชัดเจนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Riesling, Gewürtztraminer, Pinot Blanc หรือ Pinot Gris ก็ผลิตออกมาได้หอมฟุ้ง เเถมมีความเผ็ดน้อยๆเป็นลูกเล่นอีกด้วย


ไวน์แนะนำ



ไวน์อัลซาส นั้นมาจากที่ๆมีชื่อเดียวกันอย่างเเคว้น Alsace (อัลซาส) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ใกล้กับเมือง Vosges (โวสก์) เเละแม่น้ำ Rhine ถ้าเทียบกับภูมิภาคอื่นๆเเล้ว อัลซาสถือว่าเป็นแคว้นผลิตไวน์ที่เล็กที่สุดในฝรั่งเศส เพราะมีพื้นที่การผลิตไวน์เพียง 93,000 ไร่ เเม้ว่าถึงจะเล็กกว่าที่อื่นๆ ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนไวน์ที่ผลิตออกมานั้นน้อยตามเลยนะครับ ปีหนึ่งผลิตออกมาเยอะเเละมีเอกลักษณ์มากๆ คงเป็นเพราะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการผลิตไวน์ของเขาเเหละครับ

ก้าวเเรกในการผลิต ‘ไวน์อัลซาส’

ประวัติศาสตร์การผลิตไวน์ของเเคว้น Alsace ย้อนไปไกลถึงช่วงโรมันเลยครับ ซึ่งเป็นผลผลิตประชากรที่อาศัยในยุคนั้นที่เรียกว่า ชาวอัลซาส (Alsacian) จนผ่านมาเรื่อยๆในตอนที่อัลซาสเคยเป็นดินแดนของเยอรมนี ในช่วงนั้นได้มีการสู้รบกันเกิดขึ้นกับฝรั่งเศส ผลออกมาว่า ฝรั่งเศสชนะ จึงได้ครอบครองพื้นที่ตรงนั้นไป เเถมยังมีการผลัดกันปกครองไปมาอยู่หลายยุคสมัย ไม่เเปลกใจที่ทำไมกลิ่นอายความเป็นเยอรมันถึงได้รุนเเรงนัก ซึ่งเจ้าเเม่น้ำ Rhine นี่เเหละครับคือเเม่น้ำที่เเบ่งพรมเเดนระหว่างเยอรมันเเละฝรั่งเศส ความที่ Alsace เคยเป็นของเยอรมันมาก่อน จึงไม่เเปลกใจว่า ทำไมไวน์ของที่นี่จึงมีความเป็น Germanic อยู่ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ ฉลาก พันธุ์องุ่น หรือเเม้กระทั้งรสชาติบางอย่างก็อาจจะทำให้คุณนึกถึงไวน์ของเยอรมันได้ อย่างเช่น Riesling (รีสลิ่ง) เพราะเเม้ว่าองุ่นพันธุ์นี้จะมีต้นกำเนิดมาจากเยอรมัน เเต่กลับกลายเป็นองุ่นขาวที่ปลูกมาที่สุดในเเคว้น Alsace (อัลซาส) ที่เเตกต่างกันคือ German Riesling จะเด่นในเรื่องความหวาน เเต่..ไวน์อัลซาส จะเด่น dry-Riesling เเทน ส่วนองุ่นพันธุ์อื่นๆที่ปลูกที่นี่ก็น่าสนใจไม่เเพ้กัน ทั้ง Pinot Blanc, Gewürztraminer, Tokay Pinot Gris เเละ Sylvaner ส่วนถ้าไวน์เเดงก็จะมี Muscat และ Pinot Noir เเต่มาพร้อมกับปริมาณอันน้อยนิดนะครับ สมกับเป็นเจ้าเเม่เเห่งไวน์ขาว

ไวน์ขาวของอัลซาสมีลักษณะเด็ดอยู่ที่รสชาติฟรุ๊ตตี้ หอมกลิ่นสมุนไพร ให้ความรู้สึกของแร่ธาตุเบาๆพอให้ประทับใจ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับความเข้มงวดของผู้ผลิตที่ใส่ใจทุกระเบียบนิ้วในการทำไวน์ รวมถึงสภาพพื้นดินเเละอากาศใน Alsace ด้วยที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้องุ่นเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลักษณะภูมิศาสตร์ใน Alsace

ภูมิศาสตร์ของ Alsace มีปัจจัยหลักๆ 2 ประการ คือ ภูเขา Vosges ทางฝั่งตะวันตก เเละ เเม่น้ำ Rhine ทางฝั่งตะวันออกของเเคว้น ไร่องุ่นก็อยู่ไล่ยาวไปตั้งเเต่ทางเหนือมาใต้ ซึ่งฝั่งที่ติดกับเนินเขา Vosges นั้นมีประโยชน์มากๆกับองุ่น เพราะเนินเขาอยู่ในระดับความสูงที่ 175–420 เมตรนั้นช่วยให้อุณหภูมิ การระบายน้ำและแสงแดดมีความบาลานซ์กัน เเถมยังมีสภาพดินหลากหลาย ทั้งดินทราย ดินผสมหินแกรนิต ดินเหนียว ดินเหนียวปนปูนขาว เเละปูนขาวล้วน รวมทั้งมีเปลือกหอย และเถ้าภูเขาไฟปนอยู่ ส่วนสภาพอากาศ ในฤดูร้อนก็จะร้อนเเบบปานกลาง เเต่ฤดูหนาวจะหนาวมากจนมีหิมะตกในบางที

ดราม่าฉลากไวน์ Alsace

‘ไวน์อัลซาส’ (Alsace Wine) เป็นไวน์ high-end ที่เเตกต่างจากไวน์ตัวท็อปของที่อื่น เพราะเขาตั้งชื่อไวน์ให้อ่านง่ายๆ ไม่ต้องมานั่งประดิษฐ์คำอะไรมากมาย ทำมาจาก Riesling เเม้จะดูเหมือนเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย เเต่เชื่อไหมครับว่าไวน์อัลซาสก็มีดราม่าเรื่องฉลากเหมือนกัน เพราะปกติเเล้วไวน์อัลซาสส่วนใหญ่จะมีรสชาติ dry รวมถึงผลิตไวน์ที่รสหวานเเละกึ่งหวานบ้างอยู่นิดน้อย ซึ่งไวน์สไตล์นี้จะเก็บองุ่นช้ากว่าปกติ 2-3 อาทิตย์ (Late Harvest) เพื่อให้องุ่นสุกจัดๆ เเละมีปริมาณน้ำตาลสูง เเต่เมื่อช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา จำนวนการผลิตไวน์หวานในอัลซาสนั้นเพิ่มขึ้น Association of Alsace Producers หรือสมาคมผู้ผลิตไวน์อัลซาสจึงได้ตกลงกันว่า ไวน์อัลซาสที่หวานน้อยตั้งแต่วินเทจ 2016 เป็นต้นไปจะต้องมีคำว่า “dry” อยู่บนฉลาก เพื่อให้คอไวน์ทั้งหลายซื้อไวน์ได้ง่ายขึ้น เเต่ก็ทำให้ผู้ผลิตจำนวนมากพอใจสักเท่าไหร่ เนื่องจากปกติเเล้วไวน์อัลซาสก็เป็นเเบบ dry อยู่เเล้ว ไม่เห็นจำเป็นจะต้องไปเปลี่ยนเเปลงรูปเเบบฉลากเลย โชคดีที่ความไม่พอใจนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทใหญ่โตเหมือนสงครามบาร์โรโล่ เพราะมีผู้ผลิตรายอื่นๆที่เข้าใจเเละสนับสนุนโยบายนี้

Alsace appellation ไวน์อัลซาส

สำหรับคอไวน์เเล้วฉลากนั้นคงไม่สำคัญเท่ารสชาติของไวน์สักเท่าไหร่ ซึ่งรสชาติที่ได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการผลิตนั้นเป็นอย่างไร โดยที่เเคว้น Alsace (อัลซาส) นี้เขาจะเเบ่งพื้นที่การผลิตไวน์เป็น 3 appellation คือ Alsace AOC, Crémant d’Alsace AOC เเละ  Alsace Grand Cru AOC

1.Alsace AOC 

appellation นี้เป็นพื้นที่ๆมีการผลิตไวน์มากกว่า 70% ของการผลิตไวน์อัลซาสทั้งหมด เรียกว่าเป็น appellation ที่มีบทบาทสำคัญมากในเเคว้น Alsace ได้รับการเเต่งตั้งเมื่อปี 1962 นานกว่าพื้นที่อื่นๆในอัลซาส การผลิตไวน์ของที่นี่มีทั้งไวน์เเดง ไวน์ขาว  เเละไวน์โรเซ่ โดยไวน์เเดงเเละโรเซ่นั้นจะใช้ Pinot Noir เป็นหลัก มีการเพิ่มความหวาน (chaptalization) อยู่บ้างในการทำ เเต่ก็น้อยลงเเล้วครับ เพราะผู้ผลิตเริ่มเลี่ยงการใช้วิธีนี้เเล้ว

สำหรับฉลากบนขวดก็ถือว่ามีความเข้มงวดมากทีเดียว เพราะถ้าผู้ผลิตรายไหนต้องการการใส่ชื่อองุ่นลงบนฉลาก ไวน์ตัวนั้นจะต้องมีองุ่นพันธุ์นั้นทั้งหมด 100% ไม่มีหัก พูดง่ายๆคือให้ใช้เเค่องุ่นพันธุ์เดียวนั่นเอง อย่างเช่น บนขวดมีคำว่า Riesling ไวน์ขวดนั้นก็ต้องทำมาจากองุ่น Riesling  ห้ามมีอย่างอื่นมาเจือปน ต่างจากประเทศอเมริกาที่บังคับให้ใช้องุ่นพันธุ์นั้นๆอย่างน้อยเเค่ 75% เเต่ถ้ามองในมุมดีก็จะทำให้ไวน์นั้นมีลักษณะเฉพาะขององุ่นชัดเจน เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสถึงรสชาตองุ่นเเบบเพียวๆ ใครที่ชอบเเบบ blend ก็ไม่ต้องเสียดายไปครับ เพราะว่า AOC นี้ก็มีไวน์ blend เหมือนกัน โดยให้สังเกตุคำว่า “Edelzwicker” หรือ “Gentil” บนฉลาก ส่วนไวน์หวานก็มีคำว่า  “Vendanges Tardives”  เเละ  “Sélection de Grains Nobles” เป็นตัวบ่งบอก

2.Crémant d’Alsace AOC

Crémant d’Alsace AOC เป็นพื้นที่ๆมีการผลิตไวน์อัลซาสอยู่เพียง 20% โดยได้รับการเเต่งตั้งเมื่อปี 1976 เเละพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคำว่า Crémant ที่เห็นกันในชื่อของ appellation นั้นเเปลว่า sparkling wine คงไม่ไม่ยากที่จะเดานักว่าที่นี่เขามีดีที่สปาร์คกลิ้งค์ไวน์ กรรมวิธีที่เขาใช้ผลิตนั้นเป็นวิธีเดียวกับการผลิตสปาร์คกลิ้งค์ไวน์ในเเคว้นเเชมเปญเลยครับ  ผลคือรสชาติออกมาดีมาก มีฟองซ่าน่าประทับใจ เเต่มาพร้อมกับราคาที่ถูกกว่า ถ้าใครคิดว่าเเชมเปญอาจจะเเพงไป สปาร์คกลิ้งค์ไวน์ของที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามนะครับ อย่างสปาร์คกลิ้งค์ไวน์ขาวเเบบ Brut (ไม่หวาน) ก็น่าสนใจนะครับ ส่วนใหญ่ไวน์สไตล์นี้จะทำมาจาก Pinot Blanc, Pinot Gris, Pinot Noir, Auxxerois เเละ Riesling ถือว่าเป็นศูนย์รวมตัวขององุ่นตัวเด็ดทั้งนั้นเลย เเละไม่ใช่สปาร์คกลิ้งค์ไวน์อย่างเดียวนะครับที่ทำเราว้าว ไวน์โร่เซ่ของเขาก็ดีเหมือนกัน เพราะว่าไวน์ของที่นี่เขาผลิตจาก Pinot Noir 100% เลยละครับ

3.Alsace Grand Cru AOC 

มาถึง appellation สุดท้ายที่เเม้จะไม่ได้มีการผลิตไวน์เยอะเท่า AOC อื่นๆ เเต่ความพิเศษที่เเย่งซีนเต็มๆ เพราะว่าเขาเป็น Grand Cru กฏจึงเข้มงวดขึ้น อย่างฉลากก็ต้องระบุพันธุ์องุ่นและที่อยู่เเหล่งผลิต หรือถ้าเป็นองุ่น ก็ต้องเป็น Riesling , Muscat, Tokay Pinot Gris และ Gewurztraminer เท่านั้น ยกเว้นใน Bas-Rhin ที่สามารถผลิตไวน์จาก Sylvaner ได้

Alsace Grand Cru AOC ได้รับการก่อตั้งเมื่อปี 1975 ซึ่งจำนวนไร่องุ่นก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี 1983 เเละ 1992 มีไร่องุ่นเข้ามาอยู่ใน Grand Cru ปีละ 25 ไร่ เเละเพิ่มเข้ามาอีก 1 ในปี 2007 ทำให้ปัจจุบันนี้มีไร่องุ่นใน Alsace Grand Cru AOC ทั้งหมด 51 ไร่

โดยปกติเเล้วไวน์อัลซาส Grand Cru นั้นจะมีปริมาณเเอลกอฮอล์มากกว่าไวน์อัลซาสตัวอื่น จึงต้องการองุ่นที่มีความสุกมากกว่า ด้วยเหตุผลนี้ทำให้พื้นที่ตรง Grand Cru มีความเหมาะสมที่จะใช้ปลูกองุ่น เพราะทางทิศใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้มีความลาด องุ่นจึงได้แสงแดดมากพอที่จะทำให้สุก ไวน์ที่นี่จะออกมามีรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นอายของน้ำผึ้ง ถึงเเม้จะมีความ dry รสชาติก็ยังออกน้ำผึ้งอยู่ดี เเถมยังมีประสิทธิภาพในการเอจอีกด้วย เหล่านักสะสมไวน์เมื่อได้ชิมไวน์อัลซาส Grand Cru ที่ผ่านการเอจต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไวน์จะมีความ smoky เพิ่มเข้ามา ถ้าใครชอบไวน์ที่มีรสชาติเเบบนี้ ลองไวน์จาก Alsace Grand Cru AOC ดูก็ไม่เสียหายนะครับ

Our favourite wines

Featured articles

cherry pie

Cherry Pie – Pinot Noir ที่ดีที่สุด นอกเบอร์กันดี!

หากพูดถึง Pinot Noir ชั้นเยี่ยม หลายคนก็จะนึกถึงประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเบอร์กันดี ที่สามารถผลิต Pinot Noir รสละมุนได้อย่างไม่ต้องกังขา แต่ไวน์โลกใหม่ไฟแรงหลายๆ เจ้า ก็ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะ Cherry Pie จาก Stanly Ranch รัฐแคลิฟอร์เนีย อันมีชื่อเสียงด้าน Pinot Noir ก็เป็นอีกหนึ่งจ้าวที่ Wineman กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยม ที่ราคาไม่แพง! ผลิตไวน์แบบ single-vinyard ที่ดื่มง่าย คล่องคอ แต่ก็ซับซ้อน ทรงเสน่ห์ แบบที่ยากจะหาตัวจับได้เลยทีเดียวครับ! ทันทีที่ไวน์ Cherry Pie ถูกผลิตขึ้นในปี 2008 ก็เป็นที่จับตามองในหมูคอไวน์เลยทันที! สาเหตุหลักก็คงหนีไม่พ้นชายที่อยู่เบื้องหลังอย่าง Jayson Woodbridge ผู้ผลิตไวน์ระดับโลกชาวแคนนาดาผู้ทะเยอทะยาน สุดโต่ง และถือคติ “stand amongst the very best or not at […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!