fbpx

ส่งฟรีถึงบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ! แอด LINE สั่งเลย

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

แนะนำ Jacob’s Creek ไวน์ออสเตรเลียแสนหลากหลาย!

ใครอยากสัมผัสเสน่ห์รสชาติไวน์ออสเตรีเลียอย่างแท้จริง จากผู้ผลิตที่มีความเป็นมายาวนานเป็นร้อยปี ต้องลองไวน์จาก Jacob’s Creek จุดเด่นคือความหลากหลายของไวน์ตั้งแต่ไวน์ขาว ไวน์แดง โรเซ่ ไปจนถึง Jacob’s Creek สปาร์คกลิ้งไวน์ ไปจนถึงไวน์เกรด Jacob’s Creek reserve ในราคาที่ล้วนแต่จับต้องได้ ไม่แพงเกินไปครับ


ไวน์แนะนำ



ประวัติความเป็นมาของ Jacob’s Creek

เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1840 เมื่อ William Jacob มาตั้งรกรากบริเวณชิบลพธารเล็กๆ ของ Rowland บริเวณ Barossa Valley ออสเตรเลียตอนใต้ ซึ่งต่อมาสถานที่แห่งนี้จะถูกตั้งชื่อตามเขา (Jacob’s Creek) และโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งต่อมาในปี 1912 เริ่มมีการปลูกไวน์ขึ้นครั้งแรก ภายใต้ชื่อวินยาร์ด Gramp & Sons ซึ่งเริ่มจากวินยาร์ดเพียง 185 ไร่ และต่อมาขยายไปทั่ว Barossa Valley และพื้นที่ใกล้เคียง จนมาปี 1976 จึงมีการผลิตไวน์ภายใต้ชื่อ Jacob’s Creek โดยนำองุ่นในพื้นที่มาผลิตเป็นไวน์ชั้นเยี่ยม วินเทจน์แรกของแบรนด์คือ 1973 vintage เป็นไวน์แดงเบลนด์จาก Shiraz และ Cabernet Sauvignon

ขณะนี้ได้นักทำไวน์ฝีมือเยี่ยมอย่าง Dan Swincer มาเป็นหัวหน้าคุมฝ่ายผลิตตั้งแต่ปี 2015 พร้อมทีมงานคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยใจรักในการผลิตไวน์ ผลักดันให้ Jacob’s Creek ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้ผลิตไวน์ออสเตรเลียคุณภาพเยี่ยมครับ

พื้นที่ของ Jacob’s Creek

Jacob’s Creek มีพื้นที่อยู่ใน 3 บริเวณใกล้เคียง แต่มีสภาพอากาศแบบ micro climate ทำให้สามารถปลูกองุ่นที่หลากหลายได้ เริ่มตั้งแต่ 

  • Barossa valley ที่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของAdelaide ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่นและแห้ง มีดินที่แน่น จึงทำให้เหมาะสมกับไวน์แดง Full-body อย่าง Shiraz โดยพื้นที่ที่สูงขึ้น จะเรียกว่า Barossa ranges จะมีอากาศหนาวขึ้น เหมาะกับ Riesling รสเข้มข้นครับ
  • Adelaide Hills อยู่ทางตะวันออกของ Adelaide เช่นกัน อยู่ทางเชิงเขาของภูเขา Lofty เต็มไปด้วยดินที่มีความหลากหลาย แต่ด้วยความสูง จึงทำให้มีฝนเยอะ และอากาศหนาว จึงทำให้เหมาะกับการปลูกองุ่น cool climate ที่สุด เช่น Chardonnay และ Pinot Noir. 
  • Coonawarra โด่งดังในเรื่องการปลูก Cabernet Sauvignon คุณภาพเยี่ยม ตั้งอยู่ทางตะวันออกของออสเตรเลียใต้ ระหว่าง Adelaide และ Melbourne อยู่ในพื้นที่ Limestone Coast wine zone โดยได้ลมเย็นๆ จากชายฝั่งทะเล ไม่ค่อยมีแดด และเป็นพื้นที่ราบ ทำให้ได้องุ่นที่สุกงอมช้า รสชาตินุ่มละมุน ดินเป็นดินผสมหินปูน ที่เรียกกันว่า terra rossa

ไวน์ของ Jacob’s Creek

Trilogy Brut CuvéeJacob’s Creek มีชื่อเสียงในเรื่องสปาร์คกลิ้งไวน์อย่างมาก เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งสปาร์คกลิ้งไวน์ของJacob’s Creek ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่ง Trilogy Brut Cuvée เป็นไวน์ที่ผลิตตามสไตล์ของไวน์แชมเปญ นั่นคือเป็นการเบลนด์ระหว่าง Pinot Noir, Chardonnay และ Pinot Meunier ซึ่งให้รสสัมผัสที่หรูหรา แต่ก็สดชื่นสดใส โน้ตหลักที่จะได้คือขอบขนมปัง และกลิ่นอ่อนๆ ของเรดเคอเรนท์จาก Pinot ตามมาด้วยความครีมมี่ คล้ายบิสกิต มีรสชาติที่ลอยค้างในปากยาวนาน แต่ก็เฉียบคม ถือว่าเป็นไวน์ที่มีความบาลานซ์อย่างมาก ดื่มแล้วไม่เลี่ยนอย่างแน่นอนครับ

‘Reserve’ Coonawarra Cabernet Sauvignon – ในปี 2000 Jacob’s Creek ได้มีการผลิตไวน์ภายใต้ชื่อ ‘Reserve’ ขึ้นมาเพื่อไฮไลท์รสชาติองุ่นของแต่ละพื้นที่ขึ้นมาให้ชัดเจนที่สุดครับ จึงได้ออกมาเป็น Coonawarra Cabernet ที่นำเสนอหนึ่งในวินยาร์ดที่ดีที่สุดของออสเตรเลีย เป็นไวน์ที่มีความซับซ้อน เข้มข้น full-body เต็มไปด้วยโน้ตของแบล็คเบอร์รี่ ใบไม้ สนซีด้าร์ วานิลลา และเครื่องเทศต่างๆ ไวน์มีโครงสร้างแข็งแรง มั่นคง ด้วย tannin อันนุ่มละมุน

‘Milestones’ 1819 Shiraz Cabernet – หรือสำหรับใครที่อยากลิ้มรสชาติไวน์ออสเตรเลียแสนคลาสสิค ที่นับว่าเป็นไวน์ที่สร้างชื่อเสียงให้ Jacob’s Creek โด่งดังจนมาถึงทุกวันนี้ ก็สามารถซื้อไวน์ภายใต้ชื่อ ‘Milestones’ เพื่อย้อนเวลากลับไปชิมไวน์ได้เลยครับ ซึ่งเป็นไวน์แดง full-body รสชาติเข้มข้น ที่มี tannin อันทรงพลัง ซึ่งเป็นการเบลนด์ระหว่าง Shiraz และ Cabernet Sauvignon เต็มไปด้วยรสชาติอันซับซ้อนของแบล็คเบอร์รี่ พลัม ช็อคโกแล็ต โป๊ยกั้ก และไม้โอ๊ค ไม่ซีด้า ถึงแม้รสเข้มข้น แต่เต็มไปด้วยสมดุลทางรสชาติที่ทำให้ไวน์ดื่มได้คล่องคอมากๆ ครับ 

‘Barossa Signature’ Chardonnay – สำหรับใครๆ หลายๆ คนที่ต้องการรสชาติไวน์โมเดิร์นที่ ตามแบบฉบับที่ Barossa valley สามารถให้ได้ต้องลองไวน์ ‘Barossa Signature’ โดยมีไวน์ขาว Chardonnay รสชาติเฉียบขาด สดชื่น ด้วยกลิ่นผลไม้เข้มข้นจากฮันนี่ดิว เมล่อน สโตนฟรุ๊ต และซิตรัส หรือผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ ไปจนถึงความนัตตี้ ของแคชชูนัท ที่เพิ่มมิติให้ไวน์สมดุล เหมาะสำหรับใครที่ชอบไวน์ฟรุ๊ตตี้ หอมสดชื่น แต่ไม่น่าเบื่อครับ

การจับคู่มื้อโปรดกับไวน์ Jacob’s Creek

สำหรับไวน์แดงรสชาติเข้มข้น จะเหมาะออย่างยิ่งกับสเต็กเนื้อแรๆ ไม่ต้องสุกมาก ทานคู่กับซอสรสชาติเข้มข้นอย่างพริกไทย กระเทียม (หากเป็น Cabernet Sauvignon จะเข้าอย่างยิ่งกับซอสเห็ด หรือทรัฟเฟิลครับ) ไปจนถึงเมนูเนื้อสัตว์ปีก เช่นไก่ เป็ด และแกะอบสมุนไพรสไตล์ยุโรป เช่นโรสแมร์รี่ และไทม์ เป็นต้นครับ

ซึ่งหากเป็นสปาร์คกลิ้งไวน์ จะเหมาะอย่างยิ่งกับของคาวที่รสชาติเผ็ดร้อน แต่เป็นความเผ็ดที่สมดุล ไม่หนักเกินไป เช่นอาหารไทย ต้มยำ ส้มตำ รวมถึงเมนูขนมหวานที่ครีมมี่ เช่นชีสเค้กหรือแครมบรูว์เล เป็นต้นครับ

Our favourite wines

Featured articles

ไวน์ดี ต้องมีความคม และตอนจบยาว

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ กับข้อที่ 4 – 5 หลังจากที่รู้แล้วว่าไวน์ขั้นเทพ ต้องมีทั้งสมดุล ความแตกต่าง เชื่อมโยงกับสภาพดินฟ้าอากาศ ความซับซ้อนที่มากกว่าโน้ตผลไม้ธรรมดา แล้วไวน์จะต้องมีอะไรอีก? คำตอบคือมีอีกครับ แม้ขั้นเทพแม้จะซับซ้อนขนาดไหน ก็ยังต้องมีรสชาติคมกริบ (precision) ไวน์สมดุลก็ยังต้องมีตอนจบที่น่าตื่นเต้น (length / finish)    ความคม (Precision) ไวน์ที่ดีจะต้องมีรสชาติที่คม หรือรสชาติที่ชัดเจน ไม่ผสมกันมั่วไปหมด แม้ว่าจะเป็นไวน์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งอาจเป็นคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่หากเปรียบความแม่นยำของไวน์ เป็นเสียงดนตรี อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ โดยนักชิมไวน์ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ‘หากเทียบกันแล้ว โน้ตของไวน์ขั้นเทพ จะเหมือนเสียงของระฆังในโบสถ์บนเขา’ ไม่ใช่เสียงที่ดังชัดเหมือนเสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่ดังก้อง ที่เราจะต้องเดินเข้าไปตามหาครับ เพราะไวน์ที่มีความแม่นยำไม่ได้หมายถึงไวน์ที่มีโน้ตตัวใดตัวหนึ่งเด่นออกมากระแทกคนดื่ม หรือไม่ใช่รสชาติที่อ่อน ซุกซ่อนเกินไปจนแทบไม่สามารถรับรู้ได้ ความแม่นยำ คือความพอดี ชัดเจน แต่น่าค้นหาครับ ซึ่งการที่ไวน์ตัวหนึ่งจะศูนย์เสียความแม่นยำดังกล่าวนี้ ไวน์แมนบอกเลยครับว่าง่ายมากๆ แค่คนผลิตไวน์ไปยุ่งกับองุ่นมากๆ ก็สามารถทำให้รสชาติไวน์ยุ่งเหยิง หรือการเอจในถังโอ๊คนานเกินไปก็อาจทำให้รสชาติของไวน์เบลอไปหมด ฉะนั้นการจะผลิตไวน์ที่มีความแม่นยำเหมือนรสชาติต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ     การจบ หรือ “ความยาว” […]

ไวน์ดี ต้องมีความแตกต่าง และซับซ้อน

หลังจากพูดถึงเรื่องความสมดุล Subtlety ในไวน์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความน่าตื่นเต้น ที่ทำให้ไวน์ขั้นเทพ โดดเด่น แตกต่างจากไวน์ทั่วๆ ไปในท้องตลาด ซึ่งไวน์แมนขอออกตัวนะครับ ว่าเป็นหัวข้อที่ยากหน่อยสำหรับคอไวน์ทุกคน เพราะต้องอาศัยความละเอียดในการชิม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ terrior หรือวิธีการผลิตไวน์แต่ละตัว แต่สำหรับผมนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!! หากคุณต้องการตัดสินไวน์ให้ subjective ที่สุดครับ   ความแตกต่าง (Distinctiveness) อะไรที่ทำให้เนื้อวากิวอยู่เหนือเนื้อแองกัส หรือเนื้อโคขุนทั่วไป? หรือชมพู่เมืองเพชรกับชมพู่ทั่วๆ ไป? หากตอบว่าอร่อยอย่างเดียวก็อาจไม่เห็นภาพ แต่มันคือความแตกต่างที่ชัดเจน ที่กินหรือดื่มอะไรเข้าไปแล้วรับรู้ถึงเอกลักษณ์ รสชาติที่หาที่อื่นไม่ได้! ไม่งั้นไวน์ก็คงมีโน้ตเบอร์รี่ พลัม เหมือนๆ กันหมด สิ่งที่ทำให้ไวน์เด่นออกมา อาจเป็นโน้ตที่คุณไม่คาดคิด หรือการรวมตัวของรสชาติต่างๆ ที่ทำให้ไวน์โดดเด่นออกมาจากไวน์หลายๆ ตัวที่คุณเคยลองครับ!  ความน่าตื่นเต้นของไวน์ ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างของไวน์แต่ละขวด แม้บางครั้งผลิตใกล้กันแบบชนิดคนละฝั่งรั้ว หรือใช้องุ่นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติสามารถแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งความแตกต่างอาจมาจากเบลนด์ ตั้งแต่แชมเปญ, Bordeaux, Rioja ไปจนถึง Chianti ก็เป็นเบลนด์องุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเป็นเบลนด์ที่ดี ดื่มแค่ไม่กี่อึก จะต้องรู้ทันทีว่าเป็นเบลนด์อะไร เช่นหากเป็นบอร์โดซ์จะมีความเข้มข้นที่ลงตัว พร้อมโน้ตใบยาสูบ […]

เจาะลึกไวน์ Rhone ไวน์ที่เข้มและเร้าใจที่สุดในฝรั่งเศส

หากถามไวน์แมนว่าให้เลือกไวน์ดังจากฝรั่งเศสมา 3 แคว้น ที่แรกก็คงจะหนีไม่พ้นบอร์โดซ์ ไวน์เบลนด์สุดฮิตที่ดังไปทั่วโลก ต่อมาคือเบอร์กันดีอันสง่างาม แต่แคว้นสุดท้ายนี้สิ เป็นแคว้นที่หลายๆ คนอาจมองข้ามนั่นก็คือ Rhone Valley (โรน-วัลเล่ย์) แหล่งผลิตไวน์รสชาติเข้มข้น ดิบเถือน เร้าใจ ฉีกภาพลักษณ์ไวน์ผู้ดีฝรั่งเศสไปเลย ที่มาของ Syrah รสชาติดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า และไวน์เบลนด์โน้ตซับซ้อน กลิ่นหิน กลิ่นดิน ที่สามารถเบลนด์ไวน์แดงและไวน์ขาวเข้าด้วยกันอย่าง Chateauneuf-de-pape รสชาติของไวน์ Rhone ด้วยความที่มีไวน์หลากหลายจึงยากที่จะเหมารวมว่าเป็นอย่างไร แต่หากจะให้ผลอธิบายลักษณะเฉพาะของไวน์ Rhone สำหรับไวน์แดง จะเป็นไวน์ที่เข้มข้นแบบติดดิน เร้าใจ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในกรงพร้อมที่จะปลดปล่อยร้องคำรามออกมาทุกเมื่อ (โดยมีข้อยกเว้นที่ Cote Rotie และ Hermitage ที่ทั้งจัดจ้าน และหรูหราในเวลาเดียวกัน) จะมีโน้ตดิน หนัง เนื้อสัตว์ สอดแทรกความสไปซี่ เผ็ดร้อนของพริกไทย ส่วนทางด้านไวน์ขาวของ Rhone จะขึ้นชื่อเรื่องความ exotic กลิ่นหอมขึ้นจมูกของพีช และดอกไม้ เน้นกลิ่นหอมและรสสัมผัสละมุนมากกว่า acidity ซึ่งแตกต่างจากไวน์ขาวทั่วไปเพราะสายพันธุ์องุ่นที่ใช้จะค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนที่อื่นครับ! […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!