fbpx

ส่งฟรีถึงบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ! แอด LINE สั่งเลย

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

เปิดขวด Moët & Chandon แชมเปญหรูอันดับ 1 ของโลก!

แค่ Moët & Chandon ขวดเดียว สามารถทำให้หลายๆ คนนึกถึงภาพปาร์ตี้อันหรูหรา สนุกสนาน เพราะนอกจากจะเป็นไวน์แชมเปญที่มีความเป็นมายาวนาน เกี่ยวพันธุ์กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส มาจนถึงปัจจุบันเรายังเห็น Moët & Chandon ได้บ่อยครั้งในงานแฟชั่นโชว์หรู การแข่งขันฟอร์มูล่า วัน ไปจนถึงงานประกาศรางวัลออสการ์ เรียกได้ว่าแค่ถือแก้วของ Moët & Chandon ก็ทำให้คุณดูหรู ดูแพง ได้อย่างที่ไม่ต้องกังขากันเลยครับ!


ไวน์แนะนำ



ประวัติความเป็นมาของ Moët & Chandon

Moet Chandon หรือ Moët & Chandon เป็นแชมเปญเฮาส์ทที่มีความหรูหรา และประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับชนขั้นสูงมาตลอด เจ้าของคนแรกคือ Claude Moët เริ่มปลูกองุ่นและผลิตไวน์แชมเปญในปี 1743 หลังจากความนิยมของสปาร์คกลิ้งไวน์กำลังอยู่ในจุดที่สูงที่สุด โดยเฉพาะในหมู่ขุนนาง เชื้อพระวงศ์ ซึ่งต่อมา Moët & Chandon โด่งดังอย่างมาก เพราะได้ชื่อว่าเป็นไวน์ที่แสนโปรกปรานของ The Marquise de Pompadour ราชินีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส ที่ได้กล่าวไว้ว่า ‘แชมเปญเป็นไวน์เพียงชนิดเดียวที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนสวยได้’

ต่อมาในปี 1971 Moët & Chandon ได้ทำในสิ่งที่แบรนด์ไวน์อื่นๆ ไม่เคยทำ นั่นคือจับมือกับ Hennessy Cognac ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องดื่มคอนญักอันหรูหราเช่นกัน จากนั้นจึงจับมือกับ Louis Vuitton ต่อมาในปี 1987 ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นไฮเอนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ทั้ง 3 แบรนด์ที่โด่งดังเรื่องความหรูหรา รวมกันก่อตั้งเป็น LVMH (Louis-Vuitton-Moet-Hennessy) ก่อกำเนินเป็นอภิมหาธุรกิจพันล้านที่มีแบรดน์ลูกมากมาย ยิ่งทำให้ Moët & Chandon กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของความอู้ฟู่หรูหรา และการเฉลิมฉลอง เช่น Moët & Chandon ถูกเสริฟในปาร์ตี้ออสการ์ ไปจนถึง Met Gala เป็นต้น

ส่วนทางด้านการผลิต  Moët & Chandon ยืนยันว่าการผลิตเป็นแบบที่รวม tradition และ technology เข้าด้วยกัน ผลิตแชมเปญที่มีรสชาติดั้งเดิม ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ได้รสชาติ โน้ตต่างๆ ที่แสนเซอร์ไพรส์ และในปี 1921 ได้ออกไลน์แชมเปญหรูหราที่อธิบายความเป็น Moët & Chandon ได้ดีที่สุด นั่นคือ Dom Pérignon ซึ่งชื่อตั้งตาม  Dom Pierre Pérignon

พื้นที่ของ Moët & Chandon

วินยาร์ดของ Moët & Chandon ตั้งอยู่ในหลายหลายพื้นที่ของแคว้นแชมเปญครับ ตั้งแต่ Montagne de Reims, Côte des Blancs, Vallée de la Marne, Sézanne และ Aube รวมๆ แล้วเป็นเนื้อที่กว่า 7,000 ไร่เลยทีเดียวครับ วินยาร์ดหลายแห่งถือว่ามีสภาพดินที่ดีที่สุดในแชมเปญเลยครับ เช่นวินยาร์ดที่มีสภาพดินคล้ายชอล์ก หินปูน โดยองุ่นที่ปลูกได้ดีที่สุด แน่นอนว่าคือ Pinot Noir, Pinot Meunier และ Chardonnay ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เป็นส่วนผสมหลักของสปาร์คกลิ้งไวน์สไตล์แชมเปญ

โดย Moët & Chandon เป็นเจ้าของวินยาร์ดเกรด grands crus และ premiers crus มากที่สุดในเขตแชมเปญเลยครับ โดยเป็นเจ้าของวินยาร์ด grands crus 17 แห่ง และวินยาร์ด premiers crus 32 แห่ง รับผิดชอบสำหรับวินยาร์ดเกรดพรีเมี่ยมเกือบครึ่งหนึ่งในพื้นที่แชมเปญเลยทีเดียวครับ! นับว่าเป็นผู้ผลิตที่มีอิทธิพลอย่างมากครับ

ไวน์ของ Moët & Chandon

แน่นอนว่า Moët & Chandon โด่งดังที่สุดในเรื่องของแชมเปญเกรดพรีเมี่ยม ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบครับ ตั้งแต่แชมเปญคลาสสิค โรเซ่ ไอซ์แชมเปญ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ปรับตัวเข้ากับกาลเวลาได้ดีที่สุดเลยครับ

Moët Impérial 

เหมาะสำหรับคนที่ชอบแชมเปญที่มีรสชาติดั้งเดิม คลาสสิค เพราะเป็นสไตล์ของแชมเปญที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 1869 มีรสชาติผลไม้ที่สดใส เย้ายวน และหรูหรา เป็นแชมเปญที่เบลนด์ระหว่าง Pinot noir และ Pinot Meunier ในสัดส่วนที่เกือบจะเท่ากัน (ประมาณ 30% – 40%) รวมถึงเบลนด์ของ Chardonnay เล็กน้อยครับ จนได้แชมเปญสุดหรูหรา สีเหลืองทองและมีไฮไลท์สีเขียวอ่อนๆ เต็มไปด้วยโน้ตของแอปเปิ้ลเขียว และซิตรัสรสเปรี้ยว มะนาว และเลม่อน พร้อมเซอร์ไพรส์ของโน้ตแร่ธาตุ และดอกไม้หอมขึ้นจมูก ซึ่งหากผ่านการเอจจิ้งอาจสามารถพัฒนาโน้ตออกไปทางกลิ่นขนมปังอบ บรีออช ซีเรียล และถั่วต่างๆ

ซึ่งหากใครอยากลิ้มรส Moët Impérial เกรดที่ดีเยี่ยมที่สุด สามารถลองยกระดับเป็น Moët Impérial Grand Vintage 2012 ซึ่งเป็นปีที่ได้ผลผลิตดีเยี่ยมที่สุด ได้ออกมาเป็นแชมเปญรสละมุน สดชื่นด้วยโน้ตของแพร์ พีชขาว และเนคทารีน รวมกับโน้ตซับซ้อนของวอลนัท เฮเซลนัท และบิสกิตครับ

Moët Rosé Impérial

สำหรับใครที่ชอบแชมเปญกลิ่นเบอร์รี่สดใส ต้องลองโรเซ่เลยครับ ซึ่งส่วนประกอบเหมือนกับ Moët Impérial แต่สัดส่วนของ Pinot noir จะมากกว่าปกติ ทำให้มีสีออกเป็นโทนชมพู ผสมส้มอ่อนๆ ครับ แชมเปญเต็มไปด้วยโน้ตของสตอเบอร์รี่ป่า ราสเบอร์รี่ และเชอร์รี่ครับ ผสมกับกลิ่นอ่อนๆ ของดอกกุหลาบ และพริกไทย

Moët Ice Impérial

แชมเปญรุ่น Ice Impérial ของ Moët & Chandon เป็นแชมเปญแรกของโลกที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้สามารถดื่มคู่กับน้ำแข็งได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อให้ได้ความรู้สึกที่สดชื่น สนุกสนาน มีชีวิตชีวาขึ้นไปอีกระดับครับ เหมาะอย่างยิ่งกับงานรื่นเริง เต็มไปด้วยโน้ตของผลไม้เขตร้อนเช่นฝรั่ง มะม่วง ไปจนถึงสโตนฟรุ๊ตเช่นเนคทารีน และราสเบอร์รี่ รวมไปถึงโน้ตอ่อนๆ ของซีตรัสอย่างเช่นเกรปฟรุ๊ต และขิงครับ เรียกได้ว่าเป็นฟรุ๊ตตี้แชมเปญที่สมดุล ดื่มแล้วไม่เบื่ออย่างแน่นอนครับ

จับคู่ Moët & Chandon กับมื้อโปรดของคุณ

สำหรับคลาสสิคแชมเปญอย่าง Brut Moët Impérial สามารถจับคู่กับแทบจะทุกเมนูที่มีรสชาติสมดุล เช่นสลัดที่มีน้ำสลัดเค็มๆ เช่นบลูชีสเดรสซิ่งเป็นต้น ไปจนถึงซีฟู้ด ปลาเนื้อขาว หรือแม้แต่มื้ออาหารที่มีความเป็นแป้งเช่นพาสต้า เกี๊ยว เป็นต้น

สำหรับไวน์โรเซ่ที่มีรสชาติหนักไปทางเบอร์รี่ และซิตรัส จะเหมาะอย่างยิ่งกับอาหารทะเล โดยเฉพาะเมนูที่เศริฟกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่นซีฟู้ดคาร์ปาชโช่ เซียสแกลอป ไปจนถึงซาชิมีต่างๆ ก็เข้ากับรสชาติสดใสของโณเซ่ได้ดีมากๆ ครับ 

Our favourite wines

Featured articles

ไวน์ดี ต้องมีความคม และตอนจบยาว

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ กับข้อที่ 4 – 5 หลังจากที่รู้แล้วว่าไวน์ขั้นเทพ ต้องมีทั้งสมดุล ความแตกต่าง เชื่อมโยงกับสภาพดินฟ้าอากาศ ความซับซ้อนที่มากกว่าโน้ตผลไม้ธรรมดา แล้วไวน์จะต้องมีอะไรอีก? คำตอบคือมีอีกครับ แม้ขั้นเทพแม้จะซับซ้อนขนาดไหน ก็ยังต้องมีรสชาติคมกริบ (precision) ไวน์สมดุลก็ยังต้องมีตอนจบที่น่าตื่นเต้น (length / finish)    ความคม (Precision) ไวน์ที่ดีจะต้องมีรสชาติที่คม หรือรสชาติที่ชัดเจน ไม่ผสมกันมั่วไปหมด แม้ว่าจะเป็นไวน์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งอาจเป็นคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่หากเปรียบความแม่นยำของไวน์ เป็นเสียงดนตรี อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ โดยนักชิมไวน์ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ‘หากเทียบกันแล้ว โน้ตของไวน์ขั้นเทพ จะเหมือนเสียงของระฆังในโบสถ์บนเขา’ ไม่ใช่เสียงที่ดังชัดเหมือนเสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่ดังก้อง ที่เราจะต้องเดินเข้าไปตามหาครับ เพราะไวน์ที่มีความแม่นยำไม่ได้หมายถึงไวน์ที่มีโน้ตตัวใดตัวหนึ่งเด่นออกมากระแทกคนดื่ม หรือไม่ใช่รสชาติที่อ่อน ซุกซ่อนเกินไปจนแทบไม่สามารถรับรู้ได้ ความแม่นยำ คือความพอดี ชัดเจน แต่น่าค้นหาครับ ซึ่งการที่ไวน์ตัวหนึ่งจะศูนย์เสียความแม่นยำดังกล่าวนี้ ไวน์แมนบอกเลยครับว่าง่ายมากๆ แค่คนผลิตไวน์ไปยุ่งกับองุ่นมากๆ ก็สามารถทำให้รสชาติไวน์ยุ่งเหยิง หรือการเอจในถังโอ๊คนานเกินไปก็อาจทำให้รสชาติของไวน์เบลอไปหมด ฉะนั้นการจะผลิตไวน์ที่มีความแม่นยำเหมือนรสชาติต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ     การจบ หรือ “ความยาว” […]

ไวน์ดี ต้องมีความแตกต่าง และซับซ้อน

หลังจากพูดถึงเรื่องความสมดุล Subtlety ในไวน์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความน่าตื่นเต้น ที่ทำให้ไวน์ขั้นเทพ โดดเด่น แตกต่างจากไวน์ทั่วๆ ไปในท้องตลาด ซึ่งไวน์แมนขอออกตัวนะครับ ว่าเป็นหัวข้อที่ยากหน่อยสำหรับคอไวน์ทุกคน เพราะต้องอาศัยความละเอียดในการชิม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ terrior หรือวิธีการผลิตไวน์แต่ละตัว แต่สำหรับผมนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!! หากคุณต้องการตัดสินไวน์ให้ subjective ที่สุดครับ   ความแตกต่าง (Distinctiveness) อะไรที่ทำให้เนื้อวากิวอยู่เหนือเนื้อแองกัส หรือเนื้อโคขุนทั่วไป? หรือชมพู่เมืองเพชรกับชมพู่ทั่วๆ ไป? หากตอบว่าอร่อยอย่างเดียวก็อาจไม่เห็นภาพ แต่มันคือความแตกต่างที่ชัดเจน ที่กินหรือดื่มอะไรเข้าไปแล้วรับรู้ถึงเอกลักษณ์ รสชาติที่หาที่อื่นไม่ได้! ไม่งั้นไวน์ก็คงมีโน้ตเบอร์รี่ พลัม เหมือนๆ กันหมด สิ่งที่ทำให้ไวน์เด่นออกมา อาจเป็นโน้ตที่คุณไม่คาดคิด หรือการรวมตัวของรสชาติต่างๆ ที่ทำให้ไวน์โดดเด่นออกมาจากไวน์หลายๆ ตัวที่คุณเคยลองครับ!  ความน่าตื่นเต้นของไวน์ ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างของไวน์แต่ละขวด แม้บางครั้งผลิตใกล้กันแบบชนิดคนละฝั่งรั้ว หรือใช้องุ่นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติสามารถแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งความแตกต่างอาจมาจากเบลนด์ ตั้งแต่แชมเปญ, Bordeaux, Rioja ไปจนถึง Chianti ก็เป็นเบลนด์องุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเป็นเบลนด์ที่ดี ดื่มแค่ไม่กี่อึก จะต้องรู้ทันทีว่าเป็นเบลนด์อะไร เช่นหากเป็นบอร์โดซ์จะมีความเข้มข้นที่ลงตัว พร้อมโน้ตใบยาสูบ […]

เจาะลึกไวน์ Rhone ไวน์ที่เข้มและเร้าใจที่สุดในฝรั่งเศส

หากถามไวน์แมนว่าให้เลือกไวน์ดังจากฝรั่งเศสมา 3 แคว้น ที่แรกก็คงจะหนีไม่พ้นบอร์โดซ์ ไวน์เบลนด์สุดฮิตที่ดังไปทั่วโลก ต่อมาคือเบอร์กันดีอันสง่างาม แต่แคว้นสุดท้ายนี้สิ เป็นแคว้นที่หลายๆ คนอาจมองข้ามนั่นก็คือ Rhone Valley (โรน-วัลเล่ย์) แหล่งผลิตไวน์รสชาติเข้มข้น ดิบเถือน เร้าใจ ฉีกภาพลักษณ์ไวน์ผู้ดีฝรั่งเศสไปเลย ที่มาของ Syrah รสชาติดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า และไวน์เบลนด์โน้ตซับซ้อน กลิ่นหิน กลิ่นดิน ที่สามารถเบลนด์ไวน์แดงและไวน์ขาวเข้าด้วยกันอย่าง Chateauneuf-de-pape รสชาติของไวน์ Rhone ด้วยความที่มีไวน์หลากหลายจึงยากที่จะเหมารวมว่าเป็นอย่างไร แต่หากจะให้ผลอธิบายลักษณะเฉพาะของไวน์ Rhone สำหรับไวน์แดง จะเป็นไวน์ที่เข้มข้นแบบติดดิน เร้าใจ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในกรงพร้อมที่จะปลดปล่อยร้องคำรามออกมาทุกเมื่อ (โดยมีข้อยกเว้นที่ Cote Rotie และ Hermitage ที่ทั้งจัดจ้าน และหรูหราในเวลาเดียวกัน) จะมีโน้ตดิน หนัง เนื้อสัตว์ สอดแทรกความสไปซี่ เผ็ดร้อนของพริกไทย ส่วนทางด้านไวน์ขาวของ Rhone จะขึ้นชื่อเรื่องความ exotic กลิ่นหอมขึ้นจมูกของพีช และดอกไม้ เน้นกลิ่นหอมและรสสัมผัสละมุนมากกว่า acidity ซึ่งแตกต่างจากไวน์ขาวทั่วไปเพราะสายพันธุ์องุ่นที่ใช้จะค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนที่อื่นครับ! […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!