fbpx

ส่งฟรีถึงบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ! แอด LINE สั่งเลย

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Nebbiolo องุ่นไวน์พันธุ์นี้เเซ่บยังไง

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ไวน์เเมนจะพาทุกไปรู้จักองุ่น อย่าง องุ่น Nebbiolo กัน เนื่องจากคราวก่อนที่ผมได้โพสเกี่ยวกับไวน์ที่เหมาะกับบุคคลิกต่างๆของผู้หญิงเเละองุ่นพันธุ์นี้ก็มีคุณสมบัติที่เหมาะกับสาวเซ็กซี่เเซ่บๆ  ซึ่งผลตอบรับดีเว่อร์วัง ทำให้รู้ผมเลยว่า สาวๆ ที่เป็นเเฟนเพจผมนี่เป็นสายเซ็กซี่อยู่ไม่น้อยเลย ผมเลยอยากจะพาทุกคนไปรู้จักน้อง Nebbiolo ให้มากขึ้น จะได้เข้าใจไงครับว่าทำไมถึงเป็นองุ่นของสาวเซ็กซี่ เเละถ้าใครยังไม่ได้อ่านโพส “ไวน์เเบบนี้เป็นสาวเเบบไหน” ตามอ่านย้อนหลังได้ที่ Facebook เลยครับ


ไวน์แนะนำ



ทำความรู้จักองุ่น Nebbiolo กัน 

องุ่น Nebbiolo เป็นองุ่นเเดงสายพันธุ์อิตาเลี่ยนที่มาพร้อมกับสีน้ำเงินเข้มเเละประกายสีม่วง มีพวงเเละผลที่ไม่ได้ใหญ่มาก มีเปลือกที่บางแต่สุกช้า สามารถเก็บไว้ได้นานและทนต่อความชื้นได้ดี นอกจากนี้ยังเป็นองุ่นที่นำมาผลิตไวน์ที่ถูกขนานนามว่าเป็นราชาไวน์อย่าง Barolo อีกด้วย! เเถมตัวองุ่นยังมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ เเละก็ต้องปลูกเเค่ในพื้นที่พิเศษเเละเหมาะสมเท่านั้น เนื่องจากมีความปลูกยาก ถ้าพื้นที่นั้นไม่เหมาะอาจจะได้ผลที่ไม่ดีเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังนำไปทำหรือผสมกับไวน์อย่างอื่นได้อย่างดีเลยละครับ

เเล้วรสชาติของ Nebbiolo เป็นยังไงละ?

องุ่นอย่าง Nebbiolo นี่เรียกว่าเป็นรสชาติที่ให้ความรู้สึกเหมือนสนามมวยเลย อารมณ์เเบบเป็นที่อยู่ของสายเข้ม เพราะเข้มสะใจตั้งเเต่ body ที่มาเเบบ full-bodied ยัง ยังไม่พอ เเทนนิน ก็เรียกได้ว่าเข๊มเข้ม ดื่มที่นี่เหมือนโดนหมัดกระเเทกปาก ส่วน acidity เขาก็ไม่น้อยหน้ามาเเรงเเบบไม่มีอะไรกั้น บวกกับความ bone-dry ไร้ความหวาน ช่างไม่อ่อนโยนเลย เเถมหมัดเด็ดอีกของเขาอยู่ตรงกลิ่นหอมของเชอร์รี่ กุหลาบ หนังสัตว์ เครื่องเทศ หรือเเม้กระทั้งหม้อดินที่ได้กลิ่นที่เหมือนเอาไวน์มาเทใส่จมูก ส่วนปริมาณเเอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 13.5-15 % หืม ก็ถือว่าไม่เบานะครับ ใครคอไม่เเข็งพอคงน็อคคาสนาม

มีการปลูก Nebbiolo ที่ไหนบ้าง? 

สำหรับพิ้นที่ที่มีการปลูก องุ่น Nebbiolo มากเเละมีโด่งดังระฆังวัดที่สุดคือ Piedmont เป็นแคว้นหนึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี ก็ไม่ค่อยน่าเเปลกใจเท่าไหร่ครับที่เเคว้นนี้เป็นเเหล่งที่มี Nebbiolo เยอะที่สุด ก็นี่คือถิ่นของเขาอยู่เเล้ว เเต่ก็ยังมีพื้นที่อื่นที่ปลูกไวน์นี้เช่นกัน เเถมรสชาติก็เเตกต่างกันด้วย มาดูดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

Barolo DOCG: สำหรับราชาไวน์ตัวนี้มีสีเเดงที่ไม่ได้เข้มมาก ซึ่งไม่ได้เข้ากับความเข้มข้นของไวน์เลย  เพราะ Barolo นี้ถือเป็นผลผลิตของ Nebbiolo ที่มี body เเละเเทนนินที่เข้มที่สุดเเล้ว ซึ่งดีกรีของเขาก็เปรียบเสมือนเป็นไวน์เบอร์กันดีแห่งประเทศอิตาลีเลยทีเดียว (ไวน์เบอร์กันดีในประเทศฝรั่งเศสเขายืนหนึ่งในเรื่องความเริ่ดครับ) นอกจากนี้ก็มีความฟรุ๊ตตี้เเละเเอลกอฮอล์ที่ค่อนข้างสูงด้วย (ประมาณ 14%) มาพร้อมกับรสสัมผัสของราสเบอร์รี่ เชอร์รี่เเดง ดอกกุหลาบเเละโกโก้ ใช้เวลาหมักนาน 3 ปีจึงจะได้ฤกษ์ปล่อยออกมาให้เราได้ลิ้มรส ไวน์เเมนขอเเนะนำสำหรับคนที่ทนความฝาดของเเทนนินไม่เก่ง ให้เอจไว้สัก 10 ปีขึ้นไปนะครับ เเทนนินเขาจะอ่อนนุ่มลงครับ

Barbaresco DOCG: ไวน์ตัวนี้จะมี body เเละเเทนนินที่อ่อนกว่า Barolo เเต่ก็ไม่ได้ร้ายน้อยไปกว่ากันเท่าไหร่หรอกครับ ส่วนเรื่องของรสชาติก็จะให้ความรู้สึกถึงผลไม้สีเเดงต่างๆ  พร้อมกลิ่นหอมของสตอเบอร์รี่และราสเบอร์รี่ ไซรัปของเจ้าสองตัวนี้มาอยู่รวมกันเเล้วมีสเน่ห์สุดๆ เลยละครับ

Roero DOCG: Roero นี่อยู่ตรงกลางระหว่าง Barolo เเละ Barbaresco ส่วน Nebbiolo ที่นี่จะมีความเข้มคล้ายๆกับเจ้า Barolo เเต่ก็มีความหวานของผลไม้คล้าย Barbarescoอีกด้วยครับ

Boca เเละ Bramaterra: สำหรับ 2 พื้นที่นี้ Nebbiolo จะถูกเรียกว่า Spanna เเละมีการปลูกองุ่นอย่าง Vespolina เเละ Uva Rara รวมอยู่ด้วยในระแวกนั้น ไวน์ที่ Boca จะให้รสชาติเเบบ earthy ดินๆ ชุ่มๆ มีกลิ่นเหล็กๆ จากดิน ส่วนใน Bramaterra ไวน์จะมีความเบากว่าเเละมีความสดชื่นจากกลิ่นผลไม้

Canavese เเละ Carema: ทั้ง 2 ที่นี้อยู่ทางเหนือของเมือง Piedmont ไวน์จาก Canavese จะมีความชุ่มดินเเละเเอลกอฮอล์สูงครับ ซึ่งต่างกับ Carema ที่มีความฟรุ๊ตตี้เเละอ่อน

Fara: องุ่น Nebbiolo ที่นี่ก็ถูกเรียกว่า Spanna เหมือนสองที่เเรก ไวน์ที่นี่จะมาพร้อมกับกลิ่นที่หรูหราหมาเห่าของผลไม้เเห้งเเละหนังสัตว์

Ghemme DOCG เเละ Gattinara DOCG: 2 ที่นี้เป็นเมืองเพื่อนบ้านของ Piedmont ไวน์ที่ผลิตออกมาก็จะมีรส earthy เเละกลิ่นของผลไม้เเห้งเเบบหรูๆ

Langhe Nebbiolo: เป็นพื้นที่ที่อยู่รอบ Barolo, Barbaresco เเละ Roero มีลักษณะของภูเขาที่ไม่สูงมากจึงทำให้ Nebbiolo ที่ปลูกในเมืองนี้สุกได้ช้ามากๆ แต่ถึงอย่างนั้น Vintage ที่เคยผลิตมาก็ไม่น้อยหน้าใครนะครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าจับตามองเลยเเหละ

Lessona: การผลิตไวน์ในเมืองนี้ออกมาดีเลยทีเดียว มีความ elegance ของกลิ่นหอมยั่วยวนของดอกไม้ เเถมยังมีโครงสร้างที่ดี acidity สูง เอจไว้สัก 10 ปีนี้รสชาติจะอลังการมากๆ เลยครับ

Nebbiolo d’Alba: ที่นี่ถือว่าผลิตไวน์ออกมาได้เเตกต่างเเละมีคุณค่ามากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะ range ของรสชาตินั้นมีตั้งเเต่ออกฟรุ๊ตตี้หอมกลิ่นดอกไม้จนถึงรสชาติที่มีความเป็นต้นไม้หยาบๆ น่าสนใจไม่น้อยเลยละครับ

Valtellina, Lombardy: Nebbiolo จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Chiavennasca อากาศในภูมิภาคนี้เย็นเลยเเหละ ทำให้ไวน์ที่ออกมามีความเปรี้ยว ชุ่มดินเเละมีรสของพวกเบอร์รี่ นอกจากนี้ที่นี่ก็ผลิตไวน์ Amarone อย่าง Sforzato (หรือ Sfursat) อีกด้วย

เสิร์ฟ Nebbiolo ยังไงถึงจะอร่อยที่สุด

Nebbiolo ควรเสิร์ฟในอุณหภูมิระหว่าง 15-18 °C ส่วนในเรื่องการ Decant ไวน์ ก็ปล่อยไว้สัก 45 นาทีถึง 2 ชั่วโมงกำลังดีเลยครับ เเละยิ่งถ้าดิ่มในเเก้วที่ใช้สำหรับไวน์เเดงโดยเฉพาะด้วย บอกเลยนะครับว่าทั้งรสชาติเเละความหอมนี่เว่อร์วังสมกับเป็ราชาไวน์จริงๆ เลยละครับ

อาหารอะไรจับคู่ Nebbiolo ได้ดี?

สำหรับอาหารที่เหมาะกับความเข้มของ องุ่น Nebbiolo พันธุ์นี้ ก็ต้องอาหารที่มีไขมัน ครีม หรือชีสเป็นส่วนประกอบเลยครับ เพราะความมันเเละครีมจะตัดกับเเทนนินดุๆ ของ Nebbiolo ได้ดี โดยไวน์เเมนขอเเนะนำสเต็กเนื้อสัตว์ที่มีมันๆ หรือจะเป็นพวกเเฮมก็ดีครับ ส่วนชีสอย่าง goat cheese หรือ Feta cheese ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ เเต่ถ้าใครรู้สึกว่ามันจะเเน่นไปไหมน้า ก็ลองพาสต้าเเบบมังสวิรัติก็ได้ครับ อย่างน้อยก็มีผัก อิอิ

รวมๆ จากคุณลักษณะของไวน์เเล้ว คนที่ชอบ Nebbiolo ต้องเป็นคอไวน์สายเข้มเเน่นอน เพราะดูจากปริมาณเเทนนินเเละเเอลกอฮอล์เเล้ว คอไวน์สายเบาคงสู้ไม่ไหว ทุกคนจำที่ผมบอกไว้ในตอนต้นได้ไหมครับที่ว่า Nebbiolo นั้นเหมาะกับสาวๆ เซ็กซี่ ลูกเพจสาวๆ คนไหนที่ชอบ Nebbiolo คิดว่ายังไงครับ ตรงไหมเอ่ย?

Our favourite wines

Featured articles

ไวน์ดี ต้องมีความคม และตอนจบยาว

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ กับข้อที่ 4 – 5 หลังจากที่รู้แล้วว่าไวน์ขั้นเทพ ต้องมีทั้งสมดุล ความแตกต่าง เชื่อมโยงกับสภาพดินฟ้าอากาศ ความซับซ้อนที่มากกว่าโน้ตผลไม้ธรรมดา แล้วไวน์จะต้องมีอะไรอีก? คำตอบคือมีอีกครับ แม้ขั้นเทพแม้จะซับซ้อนขนาดไหน ก็ยังต้องมีรสชาติคมกริบ (precision) ไวน์สมดุลก็ยังต้องมีตอนจบที่น่าตื่นเต้น (length / finish)    ความคม (Precision) ไวน์ที่ดีจะต้องมีรสชาติที่คม หรือรสชาติที่ชัดเจน ไม่ผสมกันมั่วไปหมด แม้ว่าจะเป็นไวน์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งอาจเป็นคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่หากเปรียบความแม่นยำของไวน์ เป็นเสียงดนตรี อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ โดยนักชิมไวน์ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ‘หากเทียบกันแล้ว โน้ตของไวน์ขั้นเทพ จะเหมือนเสียงของระฆังในโบสถ์บนเขา’ ไม่ใช่เสียงที่ดังชัดเหมือนเสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่ดังก้อง ที่เราจะต้องเดินเข้าไปตามหาครับ เพราะไวน์ที่มีความแม่นยำไม่ได้หมายถึงไวน์ที่มีโน้ตตัวใดตัวหนึ่งเด่นออกมากระแทกคนดื่ม หรือไม่ใช่รสชาติที่อ่อน ซุกซ่อนเกินไปจนแทบไม่สามารถรับรู้ได้ ความแม่นยำ คือความพอดี ชัดเจน แต่น่าค้นหาครับ ซึ่งการที่ไวน์ตัวหนึ่งจะศูนย์เสียความแม่นยำดังกล่าวนี้ ไวน์แมนบอกเลยครับว่าง่ายมากๆ แค่คนผลิตไวน์ไปยุ่งกับองุ่นมากๆ ก็สามารถทำให้รสชาติไวน์ยุ่งเหยิง หรือการเอจในถังโอ๊คนานเกินไปก็อาจทำให้รสชาติของไวน์เบลอไปหมด ฉะนั้นการจะผลิตไวน์ที่มีความแม่นยำเหมือนรสชาติต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ     การจบ หรือ “ความยาว” […]

ไวน์ดี ต้องมีความแตกต่าง และซับซ้อน

หลังจากพูดถึงเรื่องความสมดุล Subtlety ในไวน์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความน่าตื่นเต้น ที่ทำให้ไวน์ขั้นเทพ โดดเด่น แตกต่างจากไวน์ทั่วๆ ไปในท้องตลาด ซึ่งไวน์แมนขอออกตัวนะครับ ว่าเป็นหัวข้อที่ยากหน่อยสำหรับคอไวน์ทุกคน เพราะต้องอาศัยความละเอียดในการชิม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ terrior หรือวิธีการผลิตไวน์แต่ละตัว แต่สำหรับผมนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!! หากคุณต้องการตัดสินไวน์ให้ subjective ที่สุดครับ   ความแตกต่าง (Distinctiveness) อะไรที่ทำให้เนื้อวากิวอยู่เหนือเนื้อแองกัส หรือเนื้อโคขุนทั่วไป? หรือชมพู่เมืองเพชรกับชมพู่ทั่วๆ ไป? หากตอบว่าอร่อยอย่างเดียวก็อาจไม่เห็นภาพ แต่มันคือความแตกต่างที่ชัดเจน ที่กินหรือดื่มอะไรเข้าไปแล้วรับรู้ถึงเอกลักษณ์ รสชาติที่หาที่อื่นไม่ได้! ไม่งั้นไวน์ก็คงมีโน้ตเบอร์รี่ พลัม เหมือนๆ กันหมด สิ่งที่ทำให้ไวน์เด่นออกมา อาจเป็นโน้ตที่คุณไม่คาดคิด หรือการรวมตัวของรสชาติต่างๆ ที่ทำให้ไวน์โดดเด่นออกมาจากไวน์หลายๆ ตัวที่คุณเคยลองครับ!  ความน่าตื่นเต้นของไวน์ ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างของไวน์แต่ละขวด แม้บางครั้งผลิตใกล้กันแบบชนิดคนละฝั่งรั้ว หรือใช้องุ่นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติสามารถแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งความแตกต่างอาจมาจากเบลนด์ ตั้งแต่แชมเปญ, Bordeaux, Rioja ไปจนถึง Chianti ก็เป็นเบลนด์องุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเป็นเบลนด์ที่ดี ดื่มแค่ไม่กี่อึก จะต้องรู้ทันทีว่าเป็นเบลนด์อะไร เช่นหากเป็นบอร์โดซ์จะมีความเข้มข้นที่ลงตัว พร้อมโน้ตใบยาสูบ […]

เจาะลึกไวน์ Rhone ไวน์ที่เข้มและเร้าใจที่สุดในฝรั่งเศส

หากถามไวน์แมนว่าให้เลือกไวน์ดังจากฝรั่งเศสมา 3 แคว้น ที่แรกก็คงจะหนีไม่พ้นบอร์โดซ์ ไวน์เบลนด์สุดฮิตที่ดังไปทั่วโลก ต่อมาคือเบอร์กันดีอันสง่างาม แต่แคว้นสุดท้ายนี้สิ เป็นแคว้นที่หลายๆ คนอาจมองข้ามนั่นก็คือ Rhone Valley (โรน-วัลเล่ย์) แหล่งผลิตไวน์รสชาติเข้มข้น ดิบเถือน เร้าใจ ฉีกภาพลักษณ์ไวน์ผู้ดีฝรั่งเศสไปเลย ที่มาของ Syrah รสชาติดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า และไวน์เบลนด์โน้ตซับซ้อน กลิ่นหิน กลิ่นดิน ที่สามารถเบลนด์ไวน์แดงและไวน์ขาวเข้าด้วยกันอย่าง Chateauneuf-de-pape รสชาติของไวน์ Rhone ด้วยความที่มีไวน์หลากหลายจึงยากที่จะเหมารวมว่าเป็นอย่างไร แต่หากจะให้ผลอธิบายลักษณะเฉพาะของไวน์ Rhone สำหรับไวน์แดง จะเป็นไวน์ที่เข้มข้นแบบติดดิน เร้าใจ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในกรงพร้อมที่จะปลดปล่อยร้องคำรามออกมาทุกเมื่อ (โดยมีข้อยกเว้นที่ Cote Rotie และ Hermitage ที่ทั้งจัดจ้าน และหรูหราในเวลาเดียวกัน) จะมีโน้ตดิน หนัง เนื้อสัตว์ สอดแทรกความสไปซี่ เผ็ดร้อนของพริกไทย ส่วนทางด้านไวน์ขาวของ Rhone จะขึ้นชื่อเรื่องความ exotic กลิ่นหอมขึ้นจมูกของพีช และดอกไม้ เน้นกลิ่นหอมและรสสัมผัสละมุนมากกว่า acidity ซึ่งแตกต่างจากไวน์ขาวทั่วไปเพราะสายพันธุ์องุ่นที่ใช้จะค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนที่อื่นครับ! […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!