fbpx

ส่งฟรีถึงบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ! แอด LINE สั่งเลย

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ไวน์นิวซีเเลนด์ ไวน์น้องใหม่ใครๆก็รัก

ไวน์นิวซีเเลนด์เป็นไวน์โลกใหม่ (New World) ที่ได้รับการยอมรับจากคอไวน์ทั่วโลกว่า เป็นไวน์ตัวท็อปที่ผลิตออกมาได้มีคุณภาพ มีสไตล์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะไวน์ขาว Sauvignon Blanc นี่ขึ้นชื่อมากเลยนะครับ ใครเป็นเเฟนคลับไวน์นิวซีเเลนด์ ไม่มีที่จะไม่เคยลองดื่มเจ้าไวน์ตัวนี้ ก็ต้องขอยกความดีความชอบให้กับประเทศนิวซีเเลนด์ละครับที่สภาพภูมิประเทศเเละอากาศที่เอื้ออำนวย รวมถึงวิธีการผลิตเเละความสามารถของผู้ผลิตที่ทำให้เกิดไวน์ชั้นนำนี้ขึ้นมา

 

ไวน์แนะนำ



จุดเริ่มต้นของไวน์นิวซีเเลนด์

จุดบุกเบิกของไวน์นิวซีเเลนด์มีอยู่หลายเหตุการณ์ เริ่มเเรกคือตั้งเเต่สมัยยุคการล่าอาณานิคม ได้มีขาวอังกฤษผู้เก่งเรื่องไวน์คนหนึ่งได้ผลิตไวน์อยู่ใน Waitangi ทางตอนเหนือของนิวซีเเลนด์ในปี 1836 ถัดมาในปี 1851 ก็ได้มีคณะผู้เผยเเพร่ศาสนาจากฝรั่งเศสมาสร้างไร่องุ่น เพื่อผลิตไวน์ไปใช้งานต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันก็คือส่วนหนึ่งของโรงผลิตไวน์ Mission Estate ในภูมิภาค Hawke’s Bay หลังจากนั้นในปี 1881 ก็ได้ William Henry Beetham มาปลูก Pinot Noir เเละ Syrah ซึ่งเป็นครั้งเเรกในนิวซีเเลนด์ โดยไร่องุ่นตั้งอยู่ใน Lansdowne, Masterton ก็ถือว่าเป็นอีกการเริ่มต้นที่ดีของการผลิตไวน์นิวซีเเลนด์ เเต่สิ่งที่เป็นจุดสำคัญเลยก็คือ เมื่อฝ่ายการเกษตรของรัฐบาลของนิวซีเเลนด์เชิญให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกองุ่นเเละไวน์ ‘Romeo Bragato’ มาทดสอบไวน์จากไร่ของ Beetham หลังจากการชิม Romeo เขาก็บอกได้ทันทีเลยว่า นิวซีเเลนด์นั้นเหมาะสำหรับการปลูกองุ่นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นจึงทำให้การผลิตไวน์นิวซีเเลนด์นั้นกระจายไปบริเวณอื่นๆมากขึ้น

 

ในปี 1973 ก็ได้มีไร่องุ่นไร่เเรกเกิดขึ้นใน Marlborough โดยใช้ Sauvignon Blanc ในการปลูก มีโรงผลิตไวน์เเบบทันสมัยในนิวซีแลนด์เกิดขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 เเละในปัจจุบันไวน์นิวซีเเลนด์ก็กลายมาเป็นไวน์ที่ฮอตไม่เเพ้ไวน์อื่นเลย 

 

ภูมิประเทศเเละอากาศ

อย่างที่ Romeo Bragato บอกไว้ครับ ภูมิประเทศเเละอากาศของนิวซีเเลนด์ที่เหมาะกับการปลูกองุ่นมาก เพราะตามภูมิศาสตร์เเล้วประเทศนิวซีเเลนด์มีลักษณะเป็นเกาะรายล้อมด้วยมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้สภาพอากาศเป็นเเบบ maritime ซึ่งเป็นปกติของพื้นที่ๆอยู่ในทะเลหรือมหาสมุทร ซึ่งทะเลหรือมหาสมุทรนี่เเหละครับที่เป็นตัวกำหนดสภาพอากาศ ในหน้าร้อนก็จะไม่ร้อนมาก หน้าหนาวก็มาเเบบชิลๆ เเละในตอนกลางคืนอากาศก็เย็นสบาย ซึ่งทำให้องุ่นของที่นี่มี acidity ที่สูงอีกด้วย ส่วนดินมักจะเป็นหินทราย เพราะไร่ส่วนใหญ่อยู่ในหุบเขาลุ่มเเม่น้ำ นอกจากนี้ในพื้นที่อื่นๆก็ยังมีดินมีที่ลักษณะเป็นหินเเละหินปูน ด้วยลักษณะดินเหล่านี้เเหละครับที่ทำให้องุ่นออกมาดีจนเป็นไวน์นิวซีเเลนด์ในทุกวันนี้

 

องุ่นเเละไวน์นิวซีเเลนด์

องุ่นขาวถือว่าเป็นองุ่นที่มีบทบาทมากที่สุดในวงการไวน์นิวซีเเลนด์เลยก็ว่าได้ พันธุ์เเรกที่คะเเนนนำมาเลยก็ต้อง Sauvignon Blanc เพราะเป็นองุ่นที่ปลูกเยอะที่สุดในประเทศ มีอัตราการส่งออกสูงกว่า 80% ของไวน์ทั้งหมด เเถมยังมีประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่กับนิวซีเเลนด์มายาวนานตั้งเเต่ช่วงทำไวน์เเรกๆ รองลงมาก็จะเป็น Chardonnay, Pinot Gris เเละ Riesling 

 

ส่วนใหญ่ไวน์ขาวที่นี่จะมาพร้อมความฟรุ๊ตตี้เเละความสดชื่น เเต่ตัวที่เรียกว่า เป็นไวน์ประจำชาติเลยก็ต้อง Sauvignon Blanc อย่างเเน่นอน เพราะเจ้า Sauvignon Blanc นี่ที่มีกลิ่นที่หอมน่าประทับใจของผลไม้อย่างมะนาว, กูสเบอรี่, เกรปฟรุ๊ต, เสาวรส, มะม่วง, สับปะรดเเละฝรั่งที่ผสมกันอย่างลงตัวกับสมุนไพร เช่น ตะไคร้, พริกหยวก, ใบเเละก้านมะเขือเทศ พร้อมได้สัมผัส acidity ที่จะทำให้คุณหลงจนโงหัวไม่ขึ้น  Sauvignon Blanc จากภูมิภาค Marlborough ก็เป็นอีกตัวที่ฮิตมากๆ เพราะเป็นการรวมตัวขององุ่นเเละภูมิภาคที่ขึ้นชื่อในการผลิตไวน์ เมื่อมาเจอกันความอร่อยจึงทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก หรือ oaked Sauvignon Blanc ก็มีรสชาติอร่อยไม่เเพ้กัน เพราะให้กลิ่นโอ๊คเเบบไวน์ดั้งเดิม ที่จริงเเล้ว Sauvignon Blanc เเบบหมักถังโอ๊คเคยเป็นเทรนด์ฮิตอยู่ในช่วงปลายปี 1980s หลังจากนั้นก็หายไป เเต่ในปัจจุบันก็มีผลิตผู้บางรายที่ยังผลิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Sacred Hill “Sauvage”, Jackson Estate “Grey Ghost” เเละ Saint Clair “Barrique”

 

นอกจากนี้ไวน์เเดงของเขาก็เริ่มมีชื่อเสียงไม่เเพ้กัน โดยส่วนใหญ่ไวน์เเดงที่โด่งดังของนิวซีเเลนด์จะผลิดมาจากองุ่นพื้นเมืองของฝรั่งเศส เช่น Pinot Noir ที่เด่นในเรื่องเท็กเจอร์ที่เเน่นเเละเปล่งปลั่ง ถือว่าเป็นไวน์น้องใหม่ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆเลยละครับ ทั้งยังมีไวน์ที่ทำจาก Syrah เเละพวกองุ่นที่ใช้ทำไวน์ Bordeaux อย่าง Merlot เเละ Cabernet Sauvignon อีกด้วย

 

ไวน์โรเซ่เเละสปาร์คกลิ้งไวน์ก็ยังมีผลิตอยู่บ้างนะ อย่าไวน์โรเซ่ส่วนใหญ่จะมาจากผู้ผลิตไวน์ที่ปลูก Pinot Noir หรือ Merlot อยู่เเล้ว ซึ่งจะมีรสชาติที่กรอบ สดชื่น มีกลิ่นอายผลไม้นำ เหมาะกับการดื่มตอนอายุยังน้อย ถ้าใครสนใจ  ไวน์โรเซ่จากผู้ผลิต Forrest, Isabel, Ti Point, Whitehaven เเละ Rapaura Springs ก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยมเลยครับ ส่วนสปาร์คกลิ้งไวน์จะใช้วิธีการผลิตเเบบดั้งเดิมเหมือนที่ใช้ในเเคว้น Champagne ไวน์ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็จะมี Pelorus ของ Cloudy Bay เเละ Special Reserve จาก Lindauer 

 

ไวน์นิวซีเเลนด์ มี wine classification ไหม?   

นิวซีแลนด์เพิ่งเเต่งตั้ง wine classification อย่างเป็นทางการเมื่อ 2017 โดยระบบนี้เรียกว่า geographical indication classifications (GI) ซึ่งคล้ายกับ PGI ของยุโรป หรือ AVA ของอเมริกา ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 18 appellation ที่ได้รับเกียรติให้จัดอยู่ในระบบการจำเเนกไวน์นี้  ในระบบนี้จะเข้มงวดในเรื่องของฉลากไวน์ ห้ามใส่ชื่อสถานที่ผลิตผิดเด็ดขาด นอกจากนี้ทางรัฐบาลก็กำลังวางเเผนอีกว่า จะนำ Certified Origin system มาใช้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยการันตีได้ว่า ไวน์ขวดนั้นจะมาจากภูมิภาค พันธุ์องุ่นเเละปีที่ผลิตจริงๆ 

ทำความรู้จักภูมิภาคในนิวซีเเลนด์

Northland: ภูมิภาคนี้ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของนิวซีเเลนด์ ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร มีสภาพอากาศมีการเเบ่งตามฤดูชัดเจน ฤดูใบไม้ผลิอากาศจะอบอุ่น ฤดูร้อนก็ร้อนเเห้ง เเละฤดูใบไม้ร่วงที่ช่วยให้ผลองุ่นสุกเร็วขึ้น มักนำไปผลิตไวน์ที่เข้มข้นและมีแอลกอฮอล์ ไร่องุ่นมักจะอยู่รวมกันในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ทำให้มีลมทะเลพัดผ่าน มีดินที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกองุ่น Chardonnays, Pinot Gris,Viogniers, Syrah, Cabernet เเละ Merlot ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไวน์ออกมามีรสชาติของผลไม้สุกค่อนข้างชัดเจนเเละมี acidity ต่ำ 

Auckland: ที่นี่เป็นหนึ่งในภูมิภาคไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของนิวซีแลนด์เลย มีดินเป็นดินเหนียวเเละดินที่ได้จากภูเขาไฟอีหนิดหน่อย มีอากาศอบอุ่น มาพร้อมกับ sub-region อีก 3 ที่ คือ Waiheke Island, Kumeu เเละ Matakana เก่งในเรื่องผลิตไวน์ Chadonnay ซึ่งเป็นองุ่นที่ปลูกมากที่สุดในภูมิภาค รองลงมาคือ Merlot, Cabernet Sauvignon, Cabernet Franc เเละ Malbec ส่วนไวน์เเดงจะเป็น blend เเบบเข้มๆ เเละ powerful

 

Gisborne: ภูมิภาคนี้มีเเสงเเดดมาก มีภูมิทัศน์ที่สายงาม เขียวชอุ่มไปด้วยไร่องุ่น ที่นี่เป็นที่รวมตัวของผู้ผลิตไวน์รายใหญ่หลายราย มี Chadoonay เป็นลูกรัก เพราะมีโดดเด่นและมีคุณภาพ เเต่ถ้าใครชอบไวน์อย่างอื่นที่นี่ก็มีให้เหมือนกัน เพราะเป็นเเดนที่มีการปลูกองุ่นใหม่ๆเสมอ เป็นหนึ่งในเเหล่งเที่ยวที่คนรักไวน์ควรไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตเลย 

 

Hawke’s Bay: Hawke’s Bay เป็นภูมิภาคไวน์ที่เก่าเเก่ที่สุดเเละมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองในนิวซีเเลนด์ ลักษณะภูมิอากาศมีทั้งพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล เป็นเนินเขา ที่ราบลุ่มน้ำ รวมทั้งมีแม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขาอีกด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องุ่นเจริญเติบโตได้ดี มีความหลากหลาย โดยองุ่นตัวเด็ดของที่นี่  Syrah, Pinot Noir, Pinot Gris, Sauvignon Blanc, Merlot เเละ Chadonnay

Wairarapa: ภูมิภาคนี้ถือว่าเล็กที่สุดในนิวซีเเลนด์ เเต่คุณภาพไม่ด้อยไปกว่ากันเลย เเถมเป็นที่อยู่ของ sup-region ที่คุ้นเคยกันอย่าง Martinborough ด้วย พื้นที่โดยทั่วไปตั้งอยู่ในเงาฝนของเทือกเขา Tararua ทำให้อากาศอบอุ่นมีฝนตกค่อนข้างต่ำ ส่วนฝั่งที่ใกล้ชายฝั่งทะเลก็มีอากาศเเบบ maritime เเทน มีการปลูกองุ่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Pinot Noir, Pinot Gris, Sauvignon Blanc เเละ Syrah ถ้าถามว่าองุ่นไหนเด็ดสุด ก็ต้องเป็น Pinot Noir เเละ Sauvignon Blanc เลยครับ ผลิตออกมาได้มีกลิ่นหอมยวนใจเหลือเกิน นอกจากนี้ไวน์ Syrah เเละไวน์หวานก็อร่อยนะครับ เป็นอีกอย่างที่ต้องลอง

 

Nelson: Nelson เป็นภูมิภาคที่เเดดเเรงเเละนานที่สุดในประเทศ แสงแดดโดยเฉลี่ยต่อปีมีรวมกว่า 2,400 ชั่วโมง พอกับที่ Tuscany เลย สภาพอากาศที่นี่มีฤดูใบไม้ร่วงที่ยาวนาน ทำให้ผลิตไวน์ late-harvest ออกมาได้ดี รวมทั้งผลิต Sauvignon Blanc ออกมาได้โดดเด่น เเต่ถ้าใครเบื่อเจ้าองุ่นพันธุ์นี้เเล้ว Pinot Noir กับ Chardonnay ของ Nelson ก็รสชาติยอดเยี่ยมไม่ต่างกันเลยนะครับ  

 

Marlborough: ภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคไวน์ที่ใหญ่สุดในนิวซีเเลนด์ คิดเป็นสามในสี่ของการผลิตไวน์ทั้งหมดของประเทศ ผมคาดว่า คอไวน์หลายๆคนต้องรู้จักที่นี่ เพราะไวน์ Marlborough Sauvignon Blanc นั้นเป็นเสมือนไวน์ประจำชาติที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการไวน์นิวซีเเลนด์ มีการส่งออกมากถึง 80% ของไวน์ทั้งหมดในปี 2019 นอกจากนี้ยังมีการปลูกองุ่นอื่นๆที่ไม่ค่อยมีปลูกในภูมิภาคอื่นในประเทศอย่าง Arneis, Grüner Veltliner เเละ Tempranillo อีกด้วย ทำให้ที่นี่ยิ่งน่าสใจมากยิ่งขึ้นไปอีก   

 

Canterbury: ภูมิภาคนี้มีอากาศที่เย็นเเละเเห้ง มีเเสงเเดดส่องถึง มีช่วงการเจริญเติบโตที่ยาวนาน ทำให้องุ่นมีลักษณะที่หลากหลาย มีชื่อเสียงในเรื่องความเข้มข้นและรสผลไม้ที่ซับซ้อน มีการปลูก Pinoir Noir เเละ Sauvignon Blanc อย่างกว้างขวาง เเล้วตามด้วยRiesling, Pinot Gris เเละ Chardonnay

 

Waitaki Valley:  ภูมิภาคไวน์แห่งใหม่ล่าสุดของนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ติดกับ Otag และ Canterbury ลักษณะพื้นที่ประกอบด้วยเนินเขาหันหน้าไปทางทิศเหนือ มีดินเเบบหินปูนและลาดชัน สภาพภูมิอากาศเป็นการผสมผสานกันระหว่างความเย็น  ความอบอุ่นเเละเเห้ง ยิ่งถ้า vintage ไหนมีสภาพอากาศที่ดีเเละคงที่ ก็จะทำให้องุ่นในปีนั้นสุกอย่างเต็มที่ มีความซับซ้อนเเละบาลานซ์กันได้อย่างลงตัว 

Central Otago: ภูมิภาคนี้เเตกต่างจากที่อื่นในนิวซีเเลนด์เป็นอย่างมาก เพราะปกติเเล้ว Sauvignon Blanc มักจะเป็นไวน์ที่มีการปลูกมากเป็นอันดับหนึ่งหรือสองในเเต่ละภูมิภาคไวน์ของนิวซีเเลนด์ เเต่ไม่ใช่กับที่นี่ กลับกลายเป็น Pinot Noir เเทน ทำให้ Central Otago เป็นภูมิภาคเเห่งไวน์เเดงไปซะเลย เพราะมีการปลูก Pinot Noir เป็น 80% ขององุ่นทั้งหมดใน Central Otago เป็นการสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนมากๆในกับภูมิภาค ส่วนเรื่องสภาพอากาศ มีหน้าร้อนที่ร้อนเเห้ง มีฤดูใบไม้ผลิที่เย็นเเต่สั้น  เเละมีหน้าหนาวที่เย็นเเบบสดชื่น 

 

สรุปเเล้วนิวซีเเลนด์ถือว่าเป็นประเทศผลิตไวน์น้องใหม่ที่สามารถไต่ระดับตามทันประเทศรุ่นพี่ได้อย่างรวดเร็ว มีจุดยืนที่ชัดเจน คือ เด่นเรื่องไวน์ขาว Sauvignon Blanc เเละกำลังพัฒนาให้ Pinot Noir มีพื้นที่ในวงการไวน์มากขึ้น เชื่อว่า ในอนาคตนิวซีเเลนด์คงเป็นอีกประเทศที่ผลิตไวน์ขั้นเทพออกมาให้คอไวน์ทั้งหลายได้ลิ้มรส

Our favourite wines

Featured articles

ไวน์ดี ต้องมีความคม และตอนจบยาว

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ กับข้อที่ 4 – 5 หลังจากที่รู้แล้วว่าไวน์ขั้นเทพ ต้องมีทั้งสมดุล ความแตกต่าง เชื่อมโยงกับสภาพดินฟ้าอากาศ ความซับซ้อนที่มากกว่าโน้ตผลไม้ธรรมดา แล้วไวน์จะต้องมีอะไรอีก? คำตอบคือมีอีกครับ แม้ขั้นเทพแม้จะซับซ้อนขนาดไหน ก็ยังต้องมีรสชาติคมกริบ (precision) ไวน์สมดุลก็ยังต้องมีตอนจบที่น่าตื่นเต้น (length / finish)    ความคม (Precision) ไวน์ที่ดีจะต้องมีรสชาติที่คม หรือรสชาติที่ชัดเจน ไม่ผสมกันมั่วไปหมด แม้ว่าจะเป็นไวน์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งอาจเป็นคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่หากเปรียบความแม่นยำของไวน์ เป็นเสียงดนตรี อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ โดยนักชิมไวน์ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ‘หากเทียบกันแล้ว โน้ตของไวน์ขั้นเทพ จะเหมือนเสียงของระฆังในโบสถ์บนเขา’ ไม่ใช่เสียงที่ดังชัดเหมือนเสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่ดังก้อง ที่เราจะต้องเดินเข้าไปตามหาครับ เพราะไวน์ที่มีความแม่นยำไม่ได้หมายถึงไวน์ที่มีโน้ตตัวใดตัวหนึ่งเด่นออกมากระแทกคนดื่ม หรือไม่ใช่รสชาติที่อ่อน ซุกซ่อนเกินไปจนแทบไม่สามารถรับรู้ได้ ความแม่นยำ คือความพอดี ชัดเจน แต่น่าค้นหาครับ ซึ่งการที่ไวน์ตัวหนึ่งจะศูนย์เสียความแม่นยำดังกล่าวนี้ ไวน์แมนบอกเลยครับว่าง่ายมากๆ แค่คนผลิตไวน์ไปยุ่งกับองุ่นมากๆ ก็สามารถทำให้รสชาติไวน์ยุ่งเหยิง หรือการเอจในถังโอ๊คนานเกินไปก็อาจทำให้รสชาติของไวน์เบลอไปหมด ฉะนั้นการจะผลิตไวน์ที่มีความแม่นยำเหมือนรสชาติต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ     การจบ หรือ “ความยาว” […]

ไวน์ดี ต้องมีความแตกต่าง และซับซ้อน

หลังจากพูดถึงเรื่องความสมดุล Subtlety ในไวน์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความน่าตื่นเต้น ที่ทำให้ไวน์ขั้นเทพ โดดเด่น แตกต่างจากไวน์ทั่วๆ ไปในท้องตลาด ซึ่งไวน์แมนขอออกตัวนะครับ ว่าเป็นหัวข้อที่ยากหน่อยสำหรับคอไวน์ทุกคน เพราะต้องอาศัยความละเอียดในการชิม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ terrior หรือวิธีการผลิตไวน์แต่ละตัว แต่สำหรับผมนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!! หากคุณต้องการตัดสินไวน์ให้ subjective ที่สุดครับ   ความแตกต่าง (Distinctiveness) อะไรที่ทำให้เนื้อวากิวอยู่เหนือเนื้อแองกัส หรือเนื้อโคขุนทั่วไป? หรือชมพู่เมืองเพชรกับชมพู่ทั่วๆ ไป? หากตอบว่าอร่อยอย่างเดียวก็อาจไม่เห็นภาพ แต่มันคือความแตกต่างที่ชัดเจน ที่กินหรือดื่มอะไรเข้าไปแล้วรับรู้ถึงเอกลักษณ์ รสชาติที่หาที่อื่นไม่ได้! ไม่งั้นไวน์ก็คงมีโน้ตเบอร์รี่ พลัม เหมือนๆ กันหมด สิ่งที่ทำให้ไวน์เด่นออกมา อาจเป็นโน้ตที่คุณไม่คาดคิด หรือการรวมตัวของรสชาติต่างๆ ที่ทำให้ไวน์โดดเด่นออกมาจากไวน์หลายๆ ตัวที่คุณเคยลองครับ!  ความน่าตื่นเต้นของไวน์ ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างของไวน์แต่ละขวด แม้บางครั้งผลิตใกล้กันแบบชนิดคนละฝั่งรั้ว หรือใช้องุ่นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติสามารถแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งความแตกต่างอาจมาจากเบลนด์ ตั้งแต่แชมเปญ, Bordeaux, Rioja ไปจนถึง Chianti ก็เป็นเบลนด์องุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเป็นเบลนด์ที่ดี ดื่มแค่ไม่กี่อึก จะต้องรู้ทันทีว่าเป็นเบลนด์อะไร เช่นหากเป็นบอร์โดซ์จะมีความเข้มข้นที่ลงตัว พร้อมโน้ตใบยาสูบ […]

เจาะลึกไวน์ Rhone ไวน์ที่เข้มและเร้าใจที่สุดในฝรั่งเศส

หากถามไวน์แมนว่าให้เลือกไวน์ดังจากฝรั่งเศสมา 3 แคว้น ที่แรกก็คงจะหนีไม่พ้นบอร์โดซ์ ไวน์เบลนด์สุดฮิตที่ดังไปทั่วโลก ต่อมาคือเบอร์กันดีอันสง่างาม แต่แคว้นสุดท้ายนี้สิ เป็นแคว้นที่หลายๆ คนอาจมองข้ามนั่นก็คือ Rhone Valley (โรน-วัลเล่ย์) แหล่งผลิตไวน์รสชาติเข้มข้น ดิบเถือน เร้าใจ ฉีกภาพลักษณ์ไวน์ผู้ดีฝรั่งเศสไปเลย ที่มาของ Syrah รสชาติดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า และไวน์เบลนด์โน้ตซับซ้อน กลิ่นหิน กลิ่นดิน ที่สามารถเบลนด์ไวน์แดงและไวน์ขาวเข้าด้วยกันอย่าง Chateauneuf-de-pape รสชาติของไวน์ Rhone ด้วยความที่มีไวน์หลากหลายจึงยากที่จะเหมารวมว่าเป็นอย่างไร แต่หากจะให้ผลอธิบายลักษณะเฉพาะของไวน์ Rhone สำหรับไวน์แดง จะเป็นไวน์ที่เข้มข้นแบบติดดิน เร้าใจ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในกรงพร้อมที่จะปลดปล่อยร้องคำรามออกมาทุกเมื่อ (โดยมีข้อยกเว้นที่ Cote Rotie และ Hermitage ที่ทั้งจัดจ้าน และหรูหราในเวลาเดียวกัน) จะมีโน้ตดิน หนัง เนื้อสัตว์ สอดแทรกความสไปซี่ เผ็ดร้อนของพริกไทย ส่วนทางด้านไวน์ขาวของ Rhone จะขึ้นชื่อเรื่องความ exotic กลิ่นหอมขึ้นจมูกของพีช และดอกไม้ เน้นกลิ่นหอมและรสสัมผัสละมุนมากกว่า acidity ซึ่งแตกต่างจากไวน์ขาวทั่วไปเพราะสายพันธุ์องุ่นที่ใช้จะค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนที่อื่นครับ! […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!