fbpx

ส่งฟรีถึงบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ! แอด LINE สั่งเลย

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Penfolds ผู้ผลิตสุดยอดไวน์จากออสเตรเลีย

ถ้าพูดถึงผู้ผลิตไวน์สัญชาติออสเตรเลียเเล้ว Penfolds ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเเบรนด์ชั้นนำเลย ความเจ๋งของเขาไม่ได้มาเเบบลอยๆนะครับ เพราะ Penfolds เขามีรางวัลมากมายเป็นตัวการันตี ไม่ว่าจะเป็นรางวัล New World Winery of the Year ในปี 2013 หรือ ไวน์ Grange 2008 ที่สามารถทำคะเเนน 100 เต็ม จาก Wine Spectator เเละ Wine Advocate เเล้วยังมีรางวัลอีกมากมายที่เเสดงให้เห็นว่า Penfolds ไม่ธรรมดาเเน่นอน


ไวน์แนะนำ



ความเป็นมา

จุดเริ่มต้นต้องเเบรนด์นี้ต้องย้อนไปตอนที่คู่สามีภรรยา Christopher เเละ Mary Penfold ได้ย้ายจาก West Sussex หนึ่งประเทศที่รวมอยู่ใน UK มาอยู่ในออสเตรเลีย พวกเขาได้เริ่มปลูกองุ่นโดยใช้องุ่นฝรั่งเศสที่นำติดตัวมาด้วยปลูก ในก้าวเเรก Penfolds ได้ผลิตฟอร์ติไฟด์ไวน์ในสไตล์ของ Sherry และ Port ออกมา จนเมื่อความต้องการไวน์ของลูกค้าเพิ่มขึ้น Penfolds ก็เละขยายตัวและก่อตั้งเเบรนด์ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1844 นอกจากไวน์ Sherry และ Port เเล้ว Penfolds ก็ได้ค้นพบว่า ทางตัวโรงผลิตเองก็ทำไวน์ Claret เเละ Riesling ออกมาได้ดีเเละได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้ Mary ต้องเขามาช่วยดูเเลธุรกิจเพิ่มเติม โดยเธอมีหน้าที่ในการดูเเลการปลูกองุ่นและการ blend องุ่น จนกระทั้งในปี 1870 เธอก็ต้องเข้าดูเเลธุรกิจอย่างเต็มตัว เนื่องจากสามี Christopher ได้เสียชีวิตลง  

Mary ได้เกษียณตัวเองลงในปี 1884 เเละให้ลูกสาวที่ชื่อ Georgina มาดูเเลต่อ ในช่วงนั้น Penfolds เป็นเเบรนด์ที่ผลิตไวน์ออกมาถึง 1 ใน 3 ของไวน์ออสเตรเลียใต้ (South Australia) ทั้งหมด นอกจากนี้ Penfolds ยังเป็นโรงผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียใต้ในช่วง 1907 อีกด้วย

ทาง Penfolds ได้มีการใช้เทคโนโลยีเเละนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิตไวน์ มีไวน์ออสเตรเลียตัวเด็ดหลายตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Penfolds ทั้งนี้ยังมีนักสร้างสรรค์ไวน์ที่ฝีมือมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Max Schubert เขาได้ผลิตไวน์ตัวหนึ่งออกมา ไวน์เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางเเละสร้างชื่อเสียงให้กับ Penfolds อย่างล้นหลาม Penfolds นั้นประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง ทางเเบรนด์ได้มีการจัดงานฉลองครอบรอบ 170 ปีของ Penfolds เเละเฉลิมฉลองให้กับ Grange 2008 ที่สามารถคว้าคะเเนนเต็มมาจากเเม็กกาซีนไวน์ชื่อดังที่มีอิทธิพลที่สุดในวงการไวน์มาได้ เเละในปัจจุบัน Penfolds ก็ยังคงเป็นตำนานอันเเละเป็นที่รักของคนรักไวน์ทั่วโลก

ไร่องุ่นของ Penfolds

ไร่องุ่นของ Penfolds นั้นกินพื้นที่อยู่ในหลายภูมิภาคเเละมีการปลูกองุ่นหลากหลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น… 

Magill Estate: ไร่องุ่นที่นี่มีความผูกพันธ์กับ Penfolds มาตั้งเเต่เเรกเริ่ม โดยองุ่นในไร่จะเป็น Shiraz ทั้งหมด ซึ่งใช้ไปทำไวน์ Magill Estate Shiraz

Barossa Valley: สำหรับที่นี่ ไร่องุ่นจะถูกปลูกอยู่ใน Kalimna, Koonunga, Hill Waltons เเละ Stonewell เป็นหลัก โดยมีองุ่นอย่าง Shiraz เเละ Cabernet Sauvignon เป็นองุ่นหลัก รองลงมาจะเป็น Mataro 

Eden Valley: ไร่องุ่นที่นี่จะมีองุ่น Riesling, Pinot Noir, Chardonnay เเละ Sauvignon Blanc เป็นองุ่นที่สำคัญของพื้นที่ 

Coonawarra: ซึ่งภูมิภาคไวน์อย่าง Coonawarra ปลูก Cabernet Sauvignon เเละ Shiraz เป็นหลัก ดิน Terra Rossa ของที่นี่ทำให้ไวน์ที่ออกมานั้นมีโครงสร้างดีเเละมีรสชาติเข้าข้นเป็นที่ถูกใจของนักดื่มไวน์

 Adelaide Hills: มีอากาศค่อนข้างเย็น จึงปลูกองุ่นที่ชอบอากาศเย็นๆอย่าง Pinot Noir เเละ Chardonnay ได้อย่างดี

Grange ไวน์ที่เด็ดที่สุดของ Penfolds

ใน 1950s เป็นช่วงปีที่หัวหน้าผู้ผลิตไวน์อย่าง Max Schubert ได้ทำการทดลองในการผลิตไวน์ตัวใหม่ เขาได้ถูกส่งไปที่สเปนเเละโปรตุเกสเพื่อศึกษาเทคนิคในการผลิตไวน์ ในระหว่างนั้นก็มีทริปเล็กๆไป Bordeaux เเละได้เเรงบรรดาลใจในการผลิตไวน์ตัวใหม่ที่มีความเเตกต่างเเละเก็บไวน์ได้นาน เมื่อเขากลับมาออสเตรเลียเขาได้ผลิตไวน์ออสเตรเลีย Grange โดยใช้องุ่น  Syrah เเต่ยังไม่เป็นที่พอใจนัก จึงมีการยกเลิกโปรเจ็ค เเต่ Schubert ก็ไม่ยอมเเพ้ ซุ่มทำการทดลองเงียบๆต่อไป จนสุดท้ายบอร์ดของ Penfolds ก็ได้รื้อโปรเจ็คนี้ขึ้นมาใหม่เเละสนับสนุนจนได้มีไวน์ออสเตรเลีย Grange ออกมา โดยวินเทจเเรกที่มีการจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเลยคือ Grange 1952 ส่วนวินเทจที่เป็นที่จดจำที่สุดก็ต้อง Grange 2008   

Penfolds Langton’s Classification

ไวน์ออสเตรเลีย Penfolds นั้นอยู่บนลิสต์ของ Langton‘s นั้นเป็นอะไรที่ผมอยากเเนะนำมาก ซึ่งระบบนี้เป็นระบบที่รวบรวมรายชื่อไวน์ชั้นดีของออสเตรเลีย ดำเนินการโดยประมูลผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์และ merchant ออนไลน์ ของ Langton’s การจัดลำดับขั้นนี้จะเเบ่งไวน์ออกเป็น 3 ประเภท คือ Exceptional, Outstanding เเละ Excellent ซึ่งไวน์หลายตัวของ Penfolds ก็ติดอยู่ใน classification นี้ด้วย โดยไวน์ Penfolds ที่อยู่ในลิสต์มีดังนี้..

Exceptional: 

Bin 95 Grange Shiraz: ไวน์รุ่นนี้มีกลิ่นหอมฟุ้งที่รัญจวนเเละเปล่งปลั่ง มีรสชาติคมเข้มของผลไม้เเละเเทนนินจาก Shiraz อย่างเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงมีกลิ่นอายถังโอ๊คอเมริกันนิดๆเพิ่มความยูนีค ไวน์สามารถเก็บได้นาน ยิ่งถ้าวินเทจดีๆอยู่ได้ถึง 50 ปีเลยครับ

Bin 707 Cabernet Sauvignon: เข้มข้นอย่างมาก มีรสชาติผลไม้อย่างแบล็คเบอร์รี่และดาร์กช็อคโกแลต ซึ่งสมดุลกับรสของมอคค่าที่มาจากถังโอ๊คใหม่ได้ดี มีเท็กซ์เจอร์ที่ละเอียด เเละเป็นไวน์ที่ยิ่งเก็บไว้นานก็ยิ่งซับซ้อน

Outstanding: 

Bin 144 Yattarna Chardonnay: ไวน์นี้มีกลิ่นอายของถังโอ๊คฝรั่งเศสที่น่าประทับใจ พร้อมกับรสชาติที่ซับซ้อนของผลไม้เเละเเร่ธาตุ มีวินเทจที่เด็ดหลายตัว อย่างปี 2012-2016 ก็ผลิตออกมาได้ดีอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

Bin 389 Cabernet Shiraz: สำหรับ Shiraz ตัวนี้ เขาจะมีความ “fresh” มีความเป็นดาร์กช็อคโกแลตและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สีเข้ม มีเนื้อสัมผัสเเทนนินที่ละเอียดและกลิ่นอายโอ๊คนิดๆ

RWT Shiraz: มีการหมักในถังโอ๊คถึง 17 เดือน ไวน์จึงออกมามีความซับซ้อนของไม้โอ๊ค พร้อมรสชาติของผลไม้สีเข้มที่มีความเข้มข้น คมลึก เเละให้เเทนนินที่มีกลิ่นอายของช็อคโกแลต

St. Henri Shiraz: มีรสชาติเเละกลิ่นของมัลเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ดาร์กช็อคโกแลตเเละชะเอมเทศ มีความหวานจากผลไม้นิดเเละเเทนนินที่มีกลิ่นอายของช็อคโกแลตเบาๆ

Excellent: 

Bin 28 Kalimna Shiraz: ไวน์ Penfolds ตัวนี้มีกลิ่นอายของช็อคโกเเลต เข้มข้นไปด้วยรสชาติของผลไม้อย่างเบอร์รี่เเละปิดท้ายด้วยโครงสร้างเเน่นๆของเเทนนินที่ชวนให้หลงรักไวน์

Bin 128 Shiraz: ไวน์ตัวนี้มีความเป็นของชะเอม, ผลไม้สีแดงและสีดำ ตามมาด้วยกลิ่นอายของสมุนไพรและแทนนินเเบบพอดิบพอดี

Bin 407 Cabernet Sauvignon: ไวน์ตัวนี้ผ่านการหมักจากในถังโอ๊คฝรั่งเศสเเละอเมริกัน ไวน์ที่ออกมานั้นมีกลิ่นแบล็คเคอร์แรนต์และพวกผลไม้ cassis  แทนนินมีความละเอียดและโอ๊ครสเข้ม

Magill Estate Shiraz: ไวน์ตัวนี้แตกต่างจากไวน์ตัวหลักอื่นๆของ Penfolds อย่างชัดเจน เพราะไวน์มีกลิ่นหอมของดอกไม้เเบบถึงใจเเละให้ความรู้สึกถึงโป๊ยกั๊กเบาๆ มาพร้อมกับรสชาติของผลไม้ที่เข้มข้นเเละซับซ้อน

นี่เป็นเเค่ส่วนหนึ่งของสุดยอดไวน์ออสเตรเลียที่ Penfolds ผลิตมาเท่านั้นนะครับ จริงๆเเล้วของดีเขามีเยอะกว่านี้ยิ่ง เอาเป็นว่า คุณสามารถเอาไวน์ที่ผมเเนะนำนี้ไว้เป็นตัวเลือกเวลาจะซื้อไวน์ Penfolds ก็ได้ครับ รับรองคุณต้องถูกใจเเน่นอน

Our favourite wines

Featured articles

ไวน์ดี ต้องมีความคม และตอนจบยาว

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ กับข้อที่ 4 – 5 หลังจากที่รู้แล้วว่าไวน์ขั้นเทพ ต้องมีทั้งสมดุล ความแตกต่าง เชื่อมโยงกับสภาพดินฟ้าอากาศ ความซับซ้อนที่มากกว่าโน้ตผลไม้ธรรมดา แล้วไวน์จะต้องมีอะไรอีก? คำตอบคือมีอีกครับ แม้ขั้นเทพแม้จะซับซ้อนขนาดไหน ก็ยังต้องมีรสชาติคมกริบ (precision) ไวน์สมดุลก็ยังต้องมีตอนจบที่น่าตื่นเต้น (length / finish)    ความคม (Precision) ไวน์ที่ดีจะต้องมีรสชาติที่คม หรือรสชาติที่ชัดเจน ไม่ผสมกันมั่วไปหมด แม้ว่าจะเป็นไวน์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งอาจเป็นคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่หากเปรียบความแม่นยำของไวน์ เป็นเสียงดนตรี อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ โดยนักชิมไวน์ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ‘หากเทียบกันแล้ว โน้ตของไวน์ขั้นเทพ จะเหมือนเสียงของระฆังในโบสถ์บนเขา’ ไม่ใช่เสียงที่ดังชัดเหมือนเสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่ดังก้อง ที่เราจะต้องเดินเข้าไปตามหาครับ เพราะไวน์ที่มีความแม่นยำไม่ได้หมายถึงไวน์ที่มีโน้ตตัวใดตัวหนึ่งเด่นออกมากระแทกคนดื่ม หรือไม่ใช่รสชาติที่อ่อน ซุกซ่อนเกินไปจนแทบไม่สามารถรับรู้ได้ ความแม่นยำ คือความพอดี ชัดเจน แต่น่าค้นหาครับ ซึ่งการที่ไวน์ตัวหนึ่งจะศูนย์เสียความแม่นยำดังกล่าวนี้ ไวน์แมนบอกเลยครับว่าง่ายมากๆ แค่คนผลิตไวน์ไปยุ่งกับองุ่นมากๆ ก็สามารถทำให้รสชาติไวน์ยุ่งเหยิง หรือการเอจในถังโอ๊คนานเกินไปก็อาจทำให้รสชาติของไวน์เบลอไปหมด ฉะนั้นการจะผลิตไวน์ที่มีความแม่นยำเหมือนรสชาติต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ     การจบ หรือ “ความยาว” […]

ไวน์ดี ต้องมีความแตกต่าง และซับซ้อน

หลังจากพูดถึงเรื่องความสมดุล Subtlety ในไวน์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความน่าตื่นเต้น ที่ทำให้ไวน์ขั้นเทพ โดดเด่น แตกต่างจากไวน์ทั่วๆ ไปในท้องตลาด ซึ่งไวน์แมนขอออกตัวนะครับ ว่าเป็นหัวข้อที่ยากหน่อยสำหรับคอไวน์ทุกคน เพราะต้องอาศัยความละเอียดในการชิม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ terrior หรือวิธีการผลิตไวน์แต่ละตัว แต่สำหรับผมนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!! หากคุณต้องการตัดสินไวน์ให้ subjective ที่สุดครับ   ความแตกต่าง (Distinctiveness) อะไรที่ทำให้เนื้อวากิวอยู่เหนือเนื้อแองกัส หรือเนื้อโคขุนทั่วไป? หรือชมพู่เมืองเพชรกับชมพู่ทั่วๆ ไป? หากตอบว่าอร่อยอย่างเดียวก็อาจไม่เห็นภาพ แต่มันคือความแตกต่างที่ชัดเจน ที่กินหรือดื่มอะไรเข้าไปแล้วรับรู้ถึงเอกลักษณ์ รสชาติที่หาที่อื่นไม่ได้! ไม่งั้นไวน์ก็คงมีโน้ตเบอร์รี่ พลัม เหมือนๆ กันหมด สิ่งที่ทำให้ไวน์เด่นออกมา อาจเป็นโน้ตที่คุณไม่คาดคิด หรือการรวมตัวของรสชาติต่างๆ ที่ทำให้ไวน์โดดเด่นออกมาจากไวน์หลายๆ ตัวที่คุณเคยลองครับ!  ความน่าตื่นเต้นของไวน์ ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างของไวน์แต่ละขวด แม้บางครั้งผลิตใกล้กันแบบชนิดคนละฝั่งรั้ว หรือใช้องุ่นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติสามารถแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งความแตกต่างอาจมาจากเบลนด์ ตั้งแต่แชมเปญ, Bordeaux, Rioja ไปจนถึง Chianti ก็เป็นเบลนด์องุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเป็นเบลนด์ที่ดี ดื่มแค่ไม่กี่อึก จะต้องรู้ทันทีว่าเป็นเบลนด์อะไร เช่นหากเป็นบอร์โดซ์จะมีความเข้มข้นที่ลงตัว พร้อมโน้ตใบยาสูบ […]

เจาะลึกไวน์ Rhone ไวน์ที่เข้มและเร้าใจที่สุดในฝรั่งเศส

หากถามไวน์แมนว่าให้เลือกไวน์ดังจากฝรั่งเศสมา 3 แคว้น ที่แรกก็คงจะหนีไม่พ้นบอร์โดซ์ ไวน์เบลนด์สุดฮิตที่ดังไปทั่วโลก ต่อมาคือเบอร์กันดีอันสง่างาม แต่แคว้นสุดท้ายนี้สิ เป็นแคว้นที่หลายๆ คนอาจมองข้ามนั่นก็คือ Rhone Valley (โรน-วัลเล่ย์) แหล่งผลิตไวน์รสชาติเข้มข้น ดิบเถือน เร้าใจ ฉีกภาพลักษณ์ไวน์ผู้ดีฝรั่งเศสไปเลย ที่มาของ Syrah รสชาติดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า และไวน์เบลนด์โน้ตซับซ้อน กลิ่นหิน กลิ่นดิน ที่สามารถเบลนด์ไวน์แดงและไวน์ขาวเข้าด้วยกันอย่าง Chateauneuf-de-pape รสชาติของไวน์ Rhone ด้วยความที่มีไวน์หลากหลายจึงยากที่จะเหมารวมว่าเป็นอย่างไร แต่หากจะให้ผลอธิบายลักษณะเฉพาะของไวน์ Rhone สำหรับไวน์แดง จะเป็นไวน์ที่เข้มข้นแบบติดดิน เร้าใจ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในกรงพร้อมที่จะปลดปล่อยร้องคำรามออกมาทุกเมื่อ (โดยมีข้อยกเว้นที่ Cote Rotie และ Hermitage ที่ทั้งจัดจ้าน และหรูหราในเวลาเดียวกัน) จะมีโน้ตดิน หนัง เนื้อสัตว์ สอดแทรกความสไปซี่ เผ็ดร้อนของพริกไทย ส่วนทางด้านไวน์ขาวของ Rhone จะขึ้นชื่อเรื่องความ exotic กลิ่นหอมขึ้นจมูกของพีช และดอกไม้ เน้นกลิ่นหอมและรสสัมผัสละมุนมากกว่า acidity ซึ่งแตกต่างจากไวน์ขาวทั่วไปเพราะสายพันธุ์องุ่นที่ใช้จะค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนที่อื่นครับ! […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!