fbpx

ส่งฟรีถึงบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ! แอด LINE สั่งเลย

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ไวน์โรเซ่ (Rosé wine) – ไวน์สำหรับฤดูร้อนที่พลาดไม่ได้

ไวน์โรเซ่ (Rosé wine) เป็นไวน์ที่มีความแตกต่างจากไวน์อื่นๆเเละนั่นทำให้ยิ่งน่าสนใจ ซึ่งไวน์นี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับประเพณีต่างๆในบางพื้นที่ของยุโรปอีกด้วย รวมถึงไม่ได้มีความซับซ้อนจนเกินไปที่จะเรียนรู้พื้นฐานของไวน์ ไวน์โรเซ่ใช้เวลาไม่นานก็กลายเป็นที่นิยมในประเทศอเมริกา เพราะมีการบริโภคเพิ่มขึ้นถึง 50% ในปี 2017 คุณอาจจะเห็นไวน์โรเซ่วางขายเป็นจำนวนมากในช่วงใกล้ซัมเมอร์นี่คือรายละเอียดของความแตกต่างของไวน์ ตั้งเเต่เทคนิคการเก็บเกี่ยวและการผลิตซึ่งมีผลต่อไวน์ สีและรสชาติไปจนถึงภูมิภาคที่ปลูก เมื่อไหร่ที่คุณเห็นขวดที่เขียนว่า Tavel, Rosado หรือ Rosato คุณก็รู้ได้ทันทีเลยว่าคือไวน์อะไร


ไวน์แนะนำ



วิธีผลิตไวน์โรเซ่

หลายคนเชื่อว่าไวน์โรเซ่เป็นการผสมผสานระหว่างไวน์ขาวและไวน์แดง นี่เป็นความเชื่อที่ผิด  Rose ส่วนใหญ่ไม่ได้เอาไวน์ขาวกับเเดงผสมกัน เเต่ใช้วิธีที่เรียกว่า “skin contact (การเอาเปลือกองุ่นไปสัมผัสน้ำองุ่นเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อจะเพิ่มสี)” อีกวิธีหนึ่งเรียกว่า saignee 

การผสมไวน์แดงกับไวน์ขาวนั้นพบได้ใน Champagne เท่านั้น 

Skin Contact

คุณเคยได้ยินคำว่า “intentional rosé” หรือไม่? คำนี้หมายถึง องุ่นที่ปลูกและเก็บเกี่ยวเพื่อทำไวน์โรเซ่โดยเฉพาะ องุ่นชนิดนี้มีการเก็บเกี่ยวที่เร็วเพื่อรักษาความเป็นกรดและรสชาติที่สดใหม่ขององุ่นตามด้วยการหมักที่จำกัดเวลา 

กระบวนการหมักเป็นกระบวนการเดียวกันกับที่ผู้ผลิตไวน์ทำในการผลิตไวน์แดงที่มีการย้ำหรือขยี้น้ำองุ่นออกมาผสมกับเปลือกเเล้วปล่อยไว้ แต่สำหรับไวน์โรเซ่จะใช้เวลาเร็วกว่ามากตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหนึ่งสัปดาห์ ยิ่งใช้เวลาน้อยสีน้ำก็จะยิ่งอ่อน

Saignée

ในภาษาง่ายๆ saignée คือ การคั้นนั่นเอง วิธีนี้ใชกับไวน์ที่ผู้ผลิตนั้นอยากให้มีรสชาติที่คมเเละเข้มข้น

ตกลงเเล้วมีการผสมไวน์ขาวกับเเดงด้วยกันหรือไม่?

ผู้ผลิตไวน์ส่วนใหญ่ไม่ผสมไวน์ขาวเเละเเดงเข้าด้วยกันเพื่อทำไวน์โรเซ่ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาติให้ทำในฝรั่งเศส ยกเว้นสำหรับ  Champagne เท่านั้น ในการผลิต Champagne นั้นผู้ผลิตอาจจะมีการใช้องุ่นพั้นธุ์ Pinot Noir หรือ Pinot Meunier ลงไปให้ได้สีเเละรสชาติที่ต้องการ นอกยุโรป ผู้ผลิตไวน์ New World อาจมีการผสมไวน์ขาวกับไวน์เเดงเข้าด้วยกัน เเต่นั้นก็ไม่ใช่บรรทัดฐานที่ดีในการทำไวน์คุณภาพดี

ไวน์โรเซ่ฝรั่งเศษ

Provence

ถ้าคุณเคยดื่มไวน์โรเซ่มาบ้าง คุณอาจได้ลิ้มรสไวน์ที่มาจาก Provence มาเเล้วก็ได้ ชาว Denizens ทางภาคใต้ของฝรั่งเศสมองว่าโรเซ่ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นวิถีชีวิต ไวน์โร่เซ่จากเมืองนี้ (Provençal rosé) เเตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน 

โดยทั่วไปแล้วไวน์โรเซ่ถูกผลิตขึ้นมาด้วยความประณีประนอม มีการคัดสรรประเภทองุ่นรวมถึงลักษณะผิวเพื่อได้รสชาติเเละสีที่อ่อนตามที่ตั้งใจไว้ โรเซ่ไม่ใช่โวน์ที่หวือหวาอะไรมากเมื่อเทียบกับไวน์ที่มีชื่อเสียงมากๆตัวอื่น เเต่มีรสชาติคม เข้าได้กับอาหารหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นผัก อาหารทะเลหรือเเม้เนื้อสัตว์

พันธุ์องุ่นคลาสสิกจาก Provence ที่นำมาทำไวน์โรเซ่ คือ Grenache, Cinsault และ Mourvèdre

ไวน์จากภูมิภาค Bandol นี้นั้นถือว่าได้รับความนิยมเเละยอมรับเป็นอย่างมากในประเทศอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไวน์ที่มีคุณภาพและราคาแพงเพราะทำจากอุง่นพันธุ์ Mourvèdre ไวน์เหล่านี้มีรสชาติดี มีเเร่ธาตุเเละองค์ประกอบที่ดี ไวน์โรเซ่จากที่นี่ยังสามารถทำการ aging ไวน์ได้ด้วย

Tavel, Rhône Valley

Tavel เป็นไร่องุ่นที่เดียวในฝรั่งเศษที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ  dry rosé (rosé ที่มีรสอ่อนมากหรือจืด) มีการปลูกองุ่นพันธุ์อื่นๆ เช่น Cinsault, Bourboulenc, Clairette (Blanche เเละ Rose), Mourvèdre, Picpoul (Blanc, Noir เเละ Gris) and Syrah เเละถึงเเม้ไวน์ขาวไม่สามารถผสมกับสีแดงเเต่ก็มีการเติมองุ่นขาวลงไปก่อนการหมัก

เนื่องจากมี skin contact นานกว่า  Tavel จึงมีสีแดงที่เข้มขึ้น สิ่งนี้ทำให้มีแทนนินมากขึ้น มีองค์ประกอบมที่ดี และเหมาะกับการ aging 

Chinon, Touraine and Anjou, Loire Valley

ส่วนใหญ่นั้นผลิตมาจากองุ่น Cabernet Franc โรเซ่นี้เป็นโรเซ่ชั้นยอดที่มีกลิ่นอายสมุนไพรจากองุ่น Cabernet Franc  มีรสชาติฉ่ำเเละสดชื่น 

Spanish rosados (ไวน์โรเซ่สเปน)

ประเทศสเปนก็มีการผลิตไวน์โร่เซ่มาเเล้วเช่นกัน ซึ่งจะเรียกว่า “rosado” เเต่เพิ่งได้รับความนิยมจากประเทศอเมริกามาได้ไม่นาน โดยเเรกเริ่มนั้นก็ไม่ได้ความพิเศษอะไรในการผลิต เเต่พอมีการส่งออกมากขึ้นจึงมีการพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น โดยมีการใช้องุ่นพันธุ์ Grenache เเละ Tempranillo เป็นหลักในการผลิตเเละสีไวน์ที่ได้ก็ค่อนข้างจะเข้มกว่าของฝรั่งเศษ

Navarra

ไวน์โรเซ่จาก Navarra เป็นสิ่งที่ทำให้ภูมิภาคนี้โด่งดังขึ้นมาทั่วโลก  องุ่นที่ใช้ในการผลิตคือพันธุ์ Tempranillo, Cabernet Sauvignon และ Merlot

Rioja

Rioja เป็นโรเซ่ที่พิเศษมาก เพราะเป็นโรเซ่ชนิดเดียวที่เหมาะกับการ aging ผู้ผลิตไวน์โรเซ่ส่วนใหญ่ใช้ไวน์วินเทจที่ใหม่เพื่อเน้นความสดใหม่ เเละหมักในถังเหล็กอะลูมิเนียม เเต่ในกรณีของ Rioja ไวน์ถูกหมักเเบบดั้งเดิมคือในถังไม้โอ๊ก : joven (ไม่มีกำหนดเวลาการหมัก), crianza (หมักไว้ 12 เดือน, 6 เดือนต้องอยู่ในถังหมัก) และ Reserva (2 ปี 6 เดือนในถัง) มี Grenache เเละ Tempranillo เป็นองุ่นหลักๆที่ใช้

Txakoli

Basque ที่อยู่ทางตอนเหนือของสเปนเป็นถิ่นกำเนิดขององุ่นที่ใช้ในการผลิต Txakoli เป็นสิ่งที่ค่อนข่างใหม่ในเชิงพาณิชย์ เเต่ก็สามารถพบได้ง่ายในประเทศอเมริกา ไวน์โรเว๋ชนิดนี้มีสีชมพูอ่อนๆ มีเเร่ธาตุเเละมีรสออกเปรี้ยว โดยส่วนใหญ่ผลิตมาจากองุ่นแดง Hondarrabi Beltza

Italian rosatos (ไวน์โรเซ่อิตาลี) 

เป็นไวน์ผลิตขึ้นทั่วประเทศด้วยรูปแบบและรสชาติที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในท้องถิ่นและพันธุ์องุ่นที่มี คุณจะพบกับไวน์ที่ละเอียดมากกว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีอากาศเย็นกว่าบริเวณ Veneto, Friuli-Venezia Giulia และ Trentino-Alto Adige ซึ่งรวมถึง Chiaretto จาก Lombardy และ Veneto Chiaro มีความหมายว่า “อ่อน” หรือ “ซีด” และทำให้เกิดไวน์ที่มีรสอ่อนตามลักษณะขององุ่น Corvina ไวน์ Ramato จาก Friuli ก็มีสีตามการหมักที่นานขึ้นขององุ่น Pinot Grigio.

ช่วงตอนกลางของอิตาลีตอนก็มีการผลิต Rosatos ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ Cerasuolo d’Abruzzo ที่ทำจากองุ่น Montepulciano

ในทางตอนใต้ rosatos นั้นมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าตามความเข้มของอาหารเเละความเเรงของเเดด เมืองต่างอย่างๆ Puglia, Sicily and Calabria ก็มีการผลิตไวน์ออกออกมาอย่างเช่น Negroamaro (Puglia) เเละ Nero d’Avola (Sicily).

Our favourite wines

Featured articles

ไวน์ดี ต้องมีความคม และตอนจบยาว

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ กับข้อที่ 4 – 5 หลังจากที่รู้แล้วว่าไวน์ขั้นเทพ ต้องมีทั้งสมดุล ความแตกต่าง เชื่อมโยงกับสภาพดินฟ้าอากาศ ความซับซ้อนที่มากกว่าโน้ตผลไม้ธรรมดา แล้วไวน์จะต้องมีอะไรอีก? คำตอบคือมีอีกครับ แม้ขั้นเทพแม้จะซับซ้อนขนาดไหน ก็ยังต้องมีรสชาติคมกริบ (precision) ไวน์สมดุลก็ยังต้องมีตอนจบที่น่าตื่นเต้น (length / finish)    ความคม (Precision) ไวน์ที่ดีจะต้องมีรสชาติที่คม หรือรสชาติที่ชัดเจน ไม่ผสมกันมั่วไปหมด แม้ว่าจะเป็นไวน์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งอาจเป็นคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่หากเปรียบความแม่นยำของไวน์ เป็นเสียงดนตรี อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ โดยนักชิมไวน์ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ‘หากเทียบกันแล้ว โน้ตของไวน์ขั้นเทพ จะเหมือนเสียงของระฆังในโบสถ์บนเขา’ ไม่ใช่เสียงที่ดังชัดเหมือนเสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่ดังก้อง ที่เราจะต้องเดินเข้าไปตามหาครับ เพราะไวน์ที่มีความแม่นยำไม่ได้หมายถึงไวน์ที่มีโน้ตตัวใดตัวหนึ่งเด่นออกมากระแทกคนดื่ม หรือไม่ใช่รสชาติที่อ่อน ซุกซ่อนเกินไปจนแทบไม่สามารถรับรู้ได้ ความแม่นยำ คือความพอดี ชัดเจน แต่น่าค้นหาครับ ซึ่งการที่ไวน์ตัวหนึ่งจะศูนย์เสียความแม่นยำดังกล่าวนี้ ไวน์แมนบอกเลยครับว่าง่ายมากๆ แค่คนผลิตไวน์ไปยุ่งกับองุ่นมากๆ ก็สามารถทำให้รสชาติไวน์ยุ่งเหยิง หรือการเอจในถังโอ๊คนานเกินไปก็อาจทำให้รสชาติของไวน์เบลอไปหมด ฉะนั้นการจะผลิตไวน์ที่มีความแม่นยำเหมือนรสชาติต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ     การจบ หรือ “ความยาว” […]

ไวน์ดี ต้องมีความแตกต่าง และซับซ้อน

หลังจากพูดถึงเรื่องความสมดุล Subtlety ในไวน์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความน่าตื่นเต้น ที่ทำให้ไวน์ขั้นเทพ โดดเด่น แตกต่างจากไวน์ทั่วๆ ไปในท้องตลาด ซึ่งไวน์แมนขอออกตัวนะครับ ว่าเป็นหัวข้อที่ยากหน่อยสำหรับคอไวน์ทุกคน เพราะต้องอาศัยความละเอียดในการชิม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ terrior หรือวิธีการผลิตไวน์แต่ละตัว แต่สำหรับผมนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!! หากคุณต้องการตัดสินไวน์ให้ subjective ที่สุดครับ   ความแตกต่าง (Distinctiveness) อะไรที่ทำให้เนื้อวากิวอยู่เหนือเนื้อแองกัส หรือเนื้อโคขุนทั่วไป? หรือชมพู่เมืองเพชรกับชมพู่ทั่วๆ ไป? หากตอบว่าอร่อยอย่างเดียวก็อาจไม่เห็นภาพ แต่มันคือความแตกต่างที่ชัดเจน ที่กินหรือดื่มอะไรเข้าไปแล้วรับรู้ถึงเอกลักษณ์ รสชาติที่หาที่อื่นไม่ได้! ไม่งั้นไวน์ก็คงมีโน้ตเบอร์รี่ พลัม เหมือนๆ กันหมด สิ่งที่ทำให้ไวน์เด่นออกมา อาจเป็นโน้ตที่คุณไม่คาดคิด หรือการรวมตัวของรสชาติต่างๆ ที่ทำให้ไวน์โดดเด่นออกมาจากไวน์หลายๆ ตัวที่คุณเคยลองครับ!  ความน่าตื่นเต้นของไวน์ ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างของไวน์แต่ละขวด แม้บางครั้งผลิตใกล้กันแบบชนิดคนละฝั่งรั้ว หรือใช้องุ่นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติสามารถแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งความแตกต่างอาจมาจากเบลนด์ ตั้งแต่แชมเปญ, Bordeaux, Rioja ไปจนถึง Chianti ก็เป็นเบลนด์องุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเป็นเบลนด์ที่ดี ดื่มแค่ไม่กี่อึก จะต้องรู้ทันทีว่าเป็นเบลนด์อะไร เช่นหากเป็นบอร์โดซ์จะมีความเข้มข้นที่ลงตัว พร้อมโน้ตใบยาสูบ […]

เจาะลึกไวน์ Rhone ไวน์ที่เข้มและเร้าใจที่สุดในฝรั่งเศส

หากถามไวน์แมนว่าให้เลือกไวน์ดังจากฝรั่งเศสมา 3 แคว้น ที่แรกก็คงจะหนีไม่พ้นบอร์โดซ์ ไวน์เบลนด์สุดฮิตที่ดังไปทั่วโลก ต่อมาคือเบอร์กันดีอันสง่างาม แต่แคว้นสุดท้ายนี้สิ เป็นแคว้นที่หลายๆ คนอาจมองข้ามนั่นก็คือ Rhone Valley (โรน-วัลเล่ย์) แหล่งผลิตไวน์รสชาติเข้มข้น ดิบเถือน เร้าใจ ฉีกภาพลักษณ์ไวน์ผู้ดีฝรั่งเศสไปเลย ที่มาของ Syrah รสชาติดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า และไวน์เบลนด์โน้ตซับซ้อน กลิ่นหิน กลิ่นดิน ที่สามารถเบลนด์ไวน์แดงและไวน์ขาวเข้าด้วยกันอย่าง Chateauneuf-de-pape รสชาติของไวน์ Rhone ด้วยความที่มีไวน์หลากหลายจึงยากที่จะเหมารวมว่าเป็นอย่างไร แต่หากจะให้ผลอธิบายลักษณะเฉพาะของไวน์ Rhone สำหรับไวน์แดง จะเป็นไวน์ที่เข้มข้นแบบติดดิน เร้าใจ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในกรงพร้อมที่จะปลดปล่อยร้องคำรามออกมาทุกเมื่อ (โดยมีข้อยกเว้นที่ Cote Rotie และ Hermitage ที่ทั้งจัดจ้าน และหรูหราในเวลาเดียวกัน) จะมีโน้ตดิน หนัง เนื้อสัตว์ สอดแทรกความสไปซี่ เผ็ดร้อนของพริกไทย ส่วนทางด้านไวน์ขาวของ Rhone จะขึ้นชื่อเรื่องความ exotic กลิ่นหอมขึ้นจมูกของพีช และดอกไม้ เน้นกลิ่นหอมและรสสัมผัสละมุนมากกว่า acidity ซึ่งแตกต่างจากไวน์ขาวทั่วไปเพราะสายพันธุ์องุ่นที่ใช้จะค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนที่อื่นครับ! […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!