fbpx

ส่งฟรีถึงบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ! แอด LINE สั่งเลย

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

เปิดตำนานไวน์ Tignanello ต้นกำเนิด Super Tuscan

Tignanello (หรือ Antinori Tignanello) คือหนึ่งในไวน์อิตาลีที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ทั้งในและนอกประเทศ ด้วยความเป็นมาที่ยาวนานภายใต้การดูแลจัดการของตระกูล Antinori เริ่มทำไวน์มาตั้งแต่ปี 1300 ทั้ง Chianti Classico ไปจนถึง super tuscan ขวดแรกของโลก ก็ผ่านมือ Tignanello มาหมด จึงกล่าวได้ว่า Tignanello คือสุดยอดแห่งไวน์อิตาลี ชนิดที่ว่ายากจะต่อกรเลยล่ะครับ! 


ไวน์แนะนำ



ประวัติความเป็นมาของ Tignanello

Tignanello เป็นส่วนหนึ่งของหนึ่งในผู้ผลิตไวน์ที่ทางอิทธิพลที่สุดในอิตาลีอย่างตระกูล Antinori ซึ่งหากพูดกันแล้ว คงมีผู้ผลิตไวน์ไม่กี่จ้าวในโลกที่สามารถพูดได้ว่าตนเองมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและเหนียวแน่นเท่ากับ Antinori เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1385 ที่ Giovanni di Piero Antinori เป็นผู้ริเริ่มเขียน “Arte Fiorentina dei Vinattieri” ซึ่งเป็นไกด์ในการผลิตไวน์เล่มแรกๆ ตั้งแต่ยุคสมัย Florentine ซึ่งกิจการและความรักในการผลิตไวน์ได้ถูกส่งมารุ่นสู่รุ่น ยาวนานกว่า 6 ศตวรรษ 26 เจนเนอเรชั่น

ซึ่งต่อมาในปี 1460 ตระกูล Antinori ขยายกิจการทำไวน์เรื่อยๆ จนกลายเป็นหนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอิตาลี แต่ต่อมาช่วง 1500 ไปจนถึง 1700 อิตาลีเข้าสู่ช่วงที่มีความขัดแย้งมากมาย ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจทำให้ธุรกิจไวน์ถดถอยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตระกูล Antinori ที่มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นจนถึงขั้นโดนเนรเทศไปประเทศสเปนเลยก็มี

แต่สุดท้าย Antinori กลับมาผงาดอีกครั้งในช่วง 1900 ด้วยฝีมือของ Piero Antinori ซึ่งเขาตัดสินใจซื้อที่ประมาณ 300 ไร่ บริเวณ Chianti Classico มุ่งเน้นผลิตไวน์คุณภาพ และในปี 1924 Niccolò Antinori ลูกชายของ Piero ได้ทดลองผลิตไวน์สไตล์บอร์โดซ์ในไร่ ซึ่งตอนแรกถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่สุดท้าย Niccolò คู่กับพ่อของเขา และภรรยา Carlotta ก็ทำให้คนยอมรับจนได้ อันเป็นไวน์สั่นคลอนวงการไวน์อิตาลีอย่างมากถึงขนาดต้องนิยามไวน์รูปแบบนี้ว่า Super Tuscan จนกระทั้งวในปี 1970 ไวน์ภายใต้ชื้อ Tignanello จึงถือกำเนิดขึนอย่างเป็นทางการ และต่อมาในปี 1971 ไวน์ Tignanello ก็ได้ชื่อว่าเป็นไวน์แรกสุดภายใต้ชื่อ super tuscan

ซึ่งมาถึงปัจจุบันไวน์ Antinori ยังคงถูกผลิตด้วยคุณภาพ รสชาติที่ดั้งเดิม โดยครอบครัวเดิม แต่ตอนนี้กิจการถูกส่งให้กับลูกของ Niccolò ชื่อ Marchese Piero Antinori นอกจากนั้นตระกูล Antinori ยังลงทุนกับไวน์ในหลากหลายพื้นที่ ตั้งแต่วินยาร์ดใน Piedmont และ Apulia ไปจนถึงนอกประเทศอย่างวินยาร์ดในอเมริกา และชิลี เป็นต้นครับ

พื้นที่ของ Tignanello

วินยาร์ดอันงดงามของวินยาร์ด Tignanello ขนาดใหญ่ยักษณ์กินพื้นที่เกือบ 2,000 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของพื้นที่ Chianti Classico ระหว่างแม่น้ำ Greve และ Pesa ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดีที่สุดในพื้นที่ทัสคานีเลยก็ว่าได้ครับ เพราะนอกจากจะได้พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นเนินเตี้ยๆ หันองุ่นให้โดนแดดดีและง่ายต่อการเก็บเกี่ยว ยังได้ดินที่มีส่วนผสมของหินปูนดินสอพอง และหินซีสต์ (schist) หรือหินดินดาน ส่วนทางด้านสภาพอากาศก็จะมีอากาศอบอุ่น ไปจนถึงร้อน ทั้งปี จึงได้องุ่นที่รสชาติเข้มข้น ซับซ้อน คุณภาพเยี่ยม และยังสามารถผลิตได้ในปริมาณที่มากอีกด้วยครับ

ซึ่งจะแบ่งวินยาร์ดออกเป็น 2 ฝั่งครับตามสภาพของเนินเขา โดยฝั่งที่โดนแสงแดดเยอะจะให้ชื่อว่า Solaia ส่วนอีกฝั่งจะโดนแสงแดดน้อยกว่าจะชื่อว่า Tignanello ทั้งสองวินยาร์ดสามารถปลูกทั้งองุ่นดั้งเดิมอย่าง  Sangiovese ไปจนถึงสายพันธุ์ที่นำมาจากฝรั่งเศสอข่าง Cabernet Sauvignon และ Cabernet Franc ได้อย่างดีเยี่ยมครับ

ไวน์ของ Tignanello

เน้นไปที่ไวน์แดง ตั้งแต่ไวน์ดีกรี Chianti Classico Docg Riserva ที่เน้นรสชาติของ Sangiovese (ประมาณ 80% ขึ้นไป) ไวน์อิตาลีสุดคลาสสิค ไปจนถึงไวน์ที่เป็นต้นกำเนิดของ super tuscan ไวน์แดงเบลนด์สไตล์บอร์โดซ์แต่ผสมเอกลักษณ์ของอิตาีด้วยการเบลนด์ Sangiovese เข้าไปด้วย ผสมผสานกับองุ่นสายพันธุ์ฝรั่งเศสอย่าง Cabernet Sauvignon และ Cabernet Franc 

Marchese Antinori, Tenuta Tignanello, 2013 – ไวน์ที่ใช้ชื่อนี้จะผลิตในสไตล์ของ Chianti Classico เน้นรสชาติของ Sauvignon เต็มๆ จนได้เป็นไวน์สีแดงทับทิมเข้มผสมสีม่วงอ่อน รสชาติเข้มข้น เต็มไปด้วยโน๊ตของผลไม้สีแดงสุกงอม และเชอร์รี่ป่า อีกทั้งยังมีกลิ่นอ่อนๆ ของใบยาสูบ หนัง และเครื่องเทศอ่อนๆ ระดับ tannins และ acidity สมดุล พร้อมกับรสชาติที่ค้างอยู่ในปากที่ยาวนาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากลิ้มรสชาติไวน์อิตาลีดั้งเดิม ดีกรี Chianti Classico Docg

Tignanello, 2007 – เป็นไวน์สไตล์ super tuscan ถือว่าเป็นปีที่องุ่นสุกงอมเร็วกว่าปกติ ทำให้รสชาติไวน์โดดเด่นขึ้นมาชัดเจน ด้วยโน้ตของเรดฟรุ๊ตและเครื่องเทศจัดจ้าน สอดแทรกไปด้วยโน้ตอ่อนๆ ของวานิลลาและขนมปังอบ ให้ความรู้สึกหรูหราสุดๆ ไปเลยครับ 

Tignanello, 2010 เป็นปีที่มีสภาพอากาศค่อนข้างแตกต่างจากปีอื่นๆ เพราะนอกจากจะมีปริมาณน้ำฝนที่เยอะ ช่วงปลายปี 2009 ยังมีอากาศที่สูงกว่าปีอื่นๆ และมีหิมะตกด้วย ส่งผลให้ได้ไวน์สีแดงทับทิมเข้มข้น ได้โน๊ตของผลไม้สีแดง ราสเบอร์รี่ และชะเอมเทศ ซึ่งแม้จะไม่ได้ผ่านการเอจ ก็ยังมีโครงสร้างที่แข็งแรง และ tannin ที่ละเอียดอ่อน หากใครชอบไวน์ที่รสชาติสมดุล ละมุนละไม ต้องเลือกปีนี้เลยครับ

Solaia, 2012 – ไวน์ super tuscan แต่เป็นรสชาติที่ดื่มง่ายกว่า Tignanello ปกติ เพราะเป็นไวน์ที่มีเสน่ห์ตรงที่ความสดชื่น สดใส แต่ก็ยังคงความเข้มข้นของไวน์ไว้อย่างครบถ้วนด้วยโน้ตของผลไม้ชัดเจน หอมขึ้นจมูก มี tannin และ acidity ที่สมดุล พร้อมรสชาติที่ค้างอยู่ในปากยาวนาน 

วินเทจน์แนะนำสำหรับไวน์ Tignanello : 1978, 1985, 1990, 1997, 1999, 2001, 2004, 2007, 2010 และ 2013 (วินเทจน์เก่าๆ อาจค่อนข้างหายากหน่อยนะครับ หากใครหาเจอ แนะนำว่าให้ซื้อมาเก็บไว้เลยครับ)

จับคู่ Tignanello กับเมนูโปรด

แน่นอนว่าไวน์อิตาลีแท้ๆ อย่าง Chianti classico ของ Tignanello ก็จะต้องเข้ากับอาหารอิตาเลี่ยนรสจัดจ้าน Ossobuco หรือ ออสโซบูโก ซึ่งเป็นสตูรสเข้มข้น ทำจากเนื้อน่อง หรือบางเจ้าอาจนำขาวัวมาต้มตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย ทานกับมันบด หรือพาสต้าก็ได้ โดยสตูมีการหมักด้วยไวน์แดงอยู่แล้ว ทานคู่กับไวน์แดง ก็จะเพิ่มความเข้มข้นของรสชาติอาหารได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับไวน์แดง full-body รสชาติเข้มข้นอย่าง Tignanello จะเหมาะอย่างยิ่งกับอาหารประเภทโปรตีน และแป้ง ที่มีรสชาติจัดจ้านเช่นสปาร์เก็ตตี้โบโลเนส ไปจนถึง boar ragu ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นประจำอิตาลี คล้ายๆ ลาซันญ่า ผสมกับสตูเนื้ออบ รสาติเข้มข้นของมะเขือเทศตัดกับไวน์แดงได้เป็นอย่างดีเลยครับ

Our favourite wines

Featured articles

ไวน์ดี ต้องมีความคม และตอนจบยาว

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับ กับข้อที่ 4 – 5 หลังจากที่รู้แล้วว่าไวน์ขั้นเทพ ต้องมีทั้งสมดุล ความแตกต่าง เชื่อมโยงกับสภาพดินฟ้าอากาศ ความซับซ้อนที่มากกว่าโน้ตผลไม้ธรรมดา แล้วไวน์จะต้องมีอะไรอีก? คำตอบคือมีอีกครับ แม้ขั้นเทพแม้จะซับซ้อนขนาดไหน ก็ยังต้องมีรสชาติคมกริบ (precision) ไวน์สมดุลก็ยังต้องมีตอนจบที่น่าตื่นเต้น (length / finish)    ความคม (Precision) ไวน์ที่ดีจะต้องมีรสชาติที่คม หรือรสชาติที่ชัดเจน ไม่ผสมกันมั่วไปหมด แม้ว่าจะเป็นไวน์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งอาจเป็นคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่หากเปรียบความแม่นยำของไวน์ เป็นเสียงดนตรี อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ โดยนักชิมไวน์ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ‘หากเทียบกันแล้ว โน้ตของไวน์ขั้นเทพ จะเหมือนเสียงของระฆังในโบสถ์บนเขา’ ไม่ใช่เสียงที่ดังชัดเหมือนเสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่ดังก้อง ที่เราจะต้องเดินเข้าไปตามหาครับ เพราะไวน์ที่มีความแม่นยำไม่ได้หมายถึงไวน์ที่มีโน้ตตัวใดตัวหนึ่งเด่นออกมากระแทกคนดื่ม หรือไม่ใช่รสชาติที่อ่อน ซุกซ่อนเกินไปจนแทบไม่สามารถรับรู้ได้ ความแม่นยำ คือความพอดี ชัดเจน แต่น่าค้นหาครับ ซึ่งการที่ไวน์ตัวหนึ่งจะศูนย์เสียความแม่นยำดังกล่าวนี้ ไวน์แมนบอกเลยครับว่าง่ายมากๆ แค่คนผลิตไวน์ไปยุ่งกับองุ่นมากๆ ก็สามารถทำให้รสชาติไวน์ยุ่งเหยิง หรือการเอจในถังโอ๊คนานเกินไปก็อาจทำให้รสชาติของไวน์เบลอไปหมด ฉะนั้นการจะผลิตไวน์ที่มีความแม่นยำเหมือนรสชาติต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ     การจบ หรือ “ความยาว” […]

ไวน์ดี ต้องมีความแตกต่าง และซับซ้อน

หลังจากพูดถึงเรื่องความสมดุล Subtlety ในไวน์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความน่าตื่นเต้น ที่ทำให้ไวน์ขั้นเทพ โดดเด่น แตกต่างจากไวน์ทั่วๆ ไปในท้องตลาด ซึ่งไวน์แมนขอออกตัวนะครับ ว่าเป็นหัวข้อที่ยากหน่อยสำหรับคอไวน์ทุกคน เพราะต้องอาศัยความละเอียดในการชิม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ terrior หรือวิธีการผลิตไวน์แต่ละตัว แต่สำหรับผมนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!! หากคุณต้องการตัดสินไวน์ให้ subjective ที่สุดครับ   ความแตกต่าง (Distinctiveness) อะไรที่ทำให้เนื้อวากิวอยู่เหนือเนื้อแองกัส หรือเนื้อโคขุนทั่วไป? หรือชมพู่เมืองเพชรกับชมพู่ทั่วๆ ไป? หากตอบว่าอร่อยอย่างเดียวก็อาจไม่เห็นภาพ แต่มันคือความแตกต่างที่ชัดเจน ที่กินหรือดื่มอะไรเข้าไปแล้วรับรู้ถึงเอกลักษณ์ รสชาติที่หาที่อื่นไม่ได้! ไม่งั้นไวน์ก็คงมีโน้ตเบอร์รี่ พลัม เหมือนๆ กันหมด สิ่งที่ทำให้ไวน์เด่นออกมา อาจเป็นโน้ตที่คุณไม่คาดคิด หรือการรวมตัวของรสชาติต่างๆ ที่ทำให้ไวน์โดดเด่นออกมาจากไวน์หลายๆ ตัวที่คุณเคยลองครับ!  ความน่าตื่นเต้นของไวน์ ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างของไวน์แต่ละขวด แม้บางครั้งผลิตใกล้กันแบบชนิดคนละฝั่งรั้ว หรือใช้องุ่นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติสามารถแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งความแตกต่างอาจมาจากเบลนด์ ตั้งแต่แชมเปญ, Bordeaux, Rioja ไปจนถึง Chianti ก็เป็นเบลนด์องุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเป็นเบลนด์ที่ดี ดื่มแค่ไม่กี่อึก จะต้องรู้ทันทีว่าเป็นเบลนด์อะไร เช่นหากเป็นบอร์โดซ์จะมีความเข้มข้นที่ลงตัว พร้อมโน้ตใบยาสูบ […]

เจาะลึกไวน์ Rhone ไวน์ที่เข้มและเร้าใจที่สุดในฝรั่งเศส

หากถามไวน์แมนว่าให้เลือกไวน์ดังจากฝรั่งเศสมา 3 แคว้น ที่แรกก็คงจะหนีไม่พ้นบอร์โดซ์ ไวน์เบลนด์สุดฮิตที่ดังไปทั่วโลก ต่อมาคือเบอร์กันดีอันสง่างาม แต่แคว้นสุดท้ายนี้สิ เป็นแคว้นที่หลายๆ คนอาจมองข้ามนั่นก็คือ Rhone Valley (โรน-วัลเล่ย์) แหล่งผลิตไวน์รสชาติเข้มข้น ดิบเถือน เร้าใจ ฉีกภาพลักษณ์ไวน์ผู้ดีฝรั่งเศสไปเลย ที่มาของ Syrah รสชาติดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า และไวน์เบลนด์โน้ตซับซ้อน กลิ่นหิน กลิ่นดิน ที่สามารถเบลนด์ไวน์แดงและไวน์ขาวเข้าด้วยกันอย่าง Chateauneuf-de-pape รสชาติของไวน์ Rhone ด้วยความที่มีไวน์หลากหลายจึงยากที่จะเหมารวมว่าเป็นอย่างไร แต่หากจะให้ผลอธิบายลักษณะเฉพาะของไวน์ Rhone สำหรับไวน์แดง จะเป็นไวน์ที่เข้มข้นแบบติดดิน เร้าใจ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในกรงพร้อมที่จะปลดปล่อยร้องคำรามออกมาทุกเมื่อ (โดยมีข้อยกเว้นที่ Cote Rotie และ Hermitage ที่ทั้งจัดจ้าน และหรูหราในเวลาเดียวกัน) จะมีโน้ตดิน หนัง เนื้อสัตว์ สอดแทรกความสไปซี่ เผ็ดร้อนของพริกไทย ส่วนทางด้านไวน์ขาวของ Rhone จะขึ้นชื่อเรื่องความ exotic กลิ่นหอมขึ้นจมูกของพีช และดอกไม้ เน้นกลิ่นหอมและรสสัมผัสละมุนมากกว่า acidity ซึ่งแตกต่างจากไวน์ขาวทั่วไปเพราะสายพันธุ์องุ่นที่ใช้จะค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนที่อื่นครับ! […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!